ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ NAD C270

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ NAD C270

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ NAD C270
โดย "ยุทธพงศ์ ลิ้ม"
พฤศจิกายน 2546 | ออดิโอทีม

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักเล่นเครื่องเสียงที่มีพอมีประสบการณ์ ว่าความสำคัญของเพาเวอร์แอมป์ในชุดเครื่องเสียงนั้น มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆของการเล่นในระยะยาว เพราะต้องใช้งานเป็นแหล่งจ่ายพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีก เมื่อต้องคำนึงถึงการใช้งานร่วมกับลำโพงต่างแบบต่างดีไซน์

เพราะเท่าที่สังเกตดู ผมมักจะเห็นลำโพงรูปแบบใหม่ๆ ยี่ห้อแปลกๆออกมากันแทบจะเดือนเว้นเดือน ยิ่งช่วงนี้ระบบโฮมเธียเตอร์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ยิ่งเห็นลำโพงราคาประหยัดออกมาอวดโฉมกันเกลื่อนกลาด ซึ่งเท่าที่ผ่านหูมาบ้าง ก็พอว่าคุณภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับราคาขายที่เคาะออกมา ก็นับได้ว่าคุ้มราคาอยู่เหมือนกัน

แต่เพาเวอร์แอมป์ซึ่งเป็นขุมกำลังสำคัญที่จะใช้ผลักดันลำโพงต่างๆนี่สิครับ ที่มองหาแล้วมองหาอีก ก็พบว่ามีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่ทำตลาดในส่วนนี้ ยิ่งเฟ้นหาโดยตั้งมาตรฐานเรื่องคุณภาพเสียงที่เหมาะสมกับราคาแล้ว ก็พบว่ายิ่งมีตัวเลือกน้อยลงไปทุกขณะ

เหตุเพราะค่าเงินตกต่ำนี่เอง เพาเวอร์แอมป์ระดับกลางๆที่อยู่ในช่วงสองถึงห้าหมื่นบาทในสมัยก่อน ได้ถีบตัวขึ้นไปที่ระดับราคาเกือบแสนหรือร่วมๆแสนบาทด้วยกันทั้งนั้น ถึงวันนี้เงินสามสี่หมื่นจึงเลือกได้เพียงอินทีเกรทแอมป์ระดับดีเท่านั้น

เหมือนกับล่วงรู้สถานการณ์

และแล้ว NAD ก็ส่งเพาเวอร์แอมป์รุ่นใหม่ออกมาในระดับราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่หันไปทำตลาดไฮเอ็นด์อยู่พักใหญ่ สังเกตจากรูปพรรณสัณฐานคร่าวๆ ผมเข้าใจว่าเป็นรุ่นที่พัฒนาจากพื้นฐานเดิมเพื่อทดแทนรุ่นก่อนอย่าง 216 ที่โด่งดังเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

NAD C270 คือชื่อรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อประจำการแทนรุ่นก่อน ซึ่งผมเองก็เคยครอบครอง NAD 216 อยู่ระยะหนึ่งเช่นกัน และแม้ว่าจะขายออกไปแล้ว ก็ยังประทับใจสุ้มเสียงของเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้อยู่เสมอมา

มาลองดูกันนะครับว่า NAD C270 ผู้น้องนี้จะมีสำเนียงแตกต่างผู้พี่เพียงไหน อย่างไร...

รูปลักษณ์การใช้งาน

NAD C270 เป็นเพาเวอร์แอมป์ที่มีขนาดและกำลังอยู่ในระดับกลางๆ สมกับเป็นแอมป์มาจากประเทศอังกฤษ หากคุ้นเคยกับเพาเวอร์รุ่นก่อนๆอย่าง 216 ก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จะแตกต่างกันบ้างก็เป็นในส่วนของรายละเอียดเท่านั้น ตัวเครื่องสีเทาเข้มมีเหลี่ยมสันที่บึกบึนนั้นยังคงเป็นอย่างที่เคยเป็นเสมอมา

รูปลักษณ์โดยรวมของเพาเวอร์แอมป์ NAD C270 เครื่องนี้มีลักษณะที่เรียบง่าย มุมด้านบนซ้ายของหน้าแผงหน้าสกรีนตราสัญลักษณ์ยี่ห้อไว้ ถัดไปทางขวามีตัวหนังสือสกรีนชื่อรุ่นไว้ครบถ้วน ใต้ตราสัญลักษณ์ยี่ห้อลงมาเล็กน้อยเป็นสวิตช์เปิดปิดเครื่องสีเขียวพร้อมทั้งหลอดไฟ LED แสดงสถานการณ์ทำงาน ถัดไปทางขวาเล็กน้อยเป็นหลอดไฟแสดงการใช้งานฟังชั่น Soft Clipping และ Bridge Mode

เมื่อมองลอดเข้าไปในเครื่องจากด้านบน จะพบช่องระบายอากาศจำนวนสามช่อง ซ้าย-ขวาและตรงกลาง มีทรานส์ฟอร์แมอร์ชนิดกลม (เทอร์รอยด์)ขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ตรงกลางเยื้องมาทางด้านหน้าของเครื่อง พร้อมทั้งแผงฮีทซิ้งค์เพื่อระบายความร้อนบริเวณใต้ช่องระบายอากาศซ้ายและขวาเป็นแนวยาว

ด้านหลังของเพาเวอร์แอมป์มีขั้วต่อสายสัญญาณทั้งหมดสองชุดคือ FIXED IN และ VARIBLE IN (สามารถปรับระดับความไวขาเข้าได้) ซึ่งมีสวิตช์ซีเล็กเตอร์เลือกใช้งานทั้งสองแบบ

NAD C270 ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงมาให้สองชุด A และ B เพื่อใช้งานสำหรับการใช้งานในระบบไบแอมป์ และสามารถบริดจ์ใช้งานให้เป็นเพาเวอร์แอมป์โมโนบล็อกได้ด้วยสวิตช์ด้านล่างขั้วต่อสายลำโพงชุด B ข้างๆกันเป็นสวิตช์เลือกการใช้งานวงจร Soft Clipping (ซึ่งเป็นเอกสิทธ์ของ NAD เท่านั้น) ถัดไปทางขวาเป็นสวิตช์เลือกการใช้งานสำหรับช่องเสียงแจ็คอินพุท +12 V ซึ่งอยู่ใต้ตำแหน่งติดตั้งสายไฟเอซีของเพาเวอร์แอมป์

ด้านบนฝาเครื่องเจาะช่องระบายอากาศไว้บางส่วน จากส่วนที่พอจะมองผ่านเข้าไปได้บ้าง จะมองเห็นหม้อแปลงเทอร์รอยด์ขนาดเขื่องทีเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้พร้อมทั้งตัวเก็บประจุที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งคาดการณ์ตามประสบการณ์ว่านี่เองที่เป็นขุมพลังที่ยิ่งใหญ่เพียงพอต่อการใช้งานไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม

NAD C270 ให้กำลังขับ 120 วัตต์ต่อแชนแนลที่ 8 โอห์ม ไดนามิคเพาเวอร์ 210 วัตต์ที่8โอห์ม,340 วัตต์ที่4โอห์ม, และ450 วัตต์ที่2โอห์ม และ 300 วัตต์สำหรับการบริดจ์โมโนที่ 8 โอห์ม ตอบสนองความถี่ 20 - 20,000 เฮริตซ์ ที่+-0.3ดีบี และ 3 - 70,000 เฮริตซ์ ที่-3ดีบี โดยมีค่าความเพี้ยนโดยรวม (THD) 0.03 % ค่าแดมป์ปิ้งแฟคเตอร์มากกว่า 150 (อ้างอิงที่ 8 โอห์ม 50เฮริตซ์ )
ค่าอัตราส่วนต่อเสียงรบกวน 100 ดีบี (อ้างอิงที่ 1 วัตต์) ความต้านทานขาเข้า 20 กิโลโอห์ม ค่าความไวขาเข้า 1.1 โวลท์ ขนาดและสัดส่วนของตัวเครื่อง 435 x 132 x 350 มิลลิเมตร (กว้าง x สูง x ลึก) น้ำหนัก 11.2 กิโลกรัมต่อเครื่อง

  Admin (อ่าน 4,076 | ตอบ 3 )   Time Date 03/02/2019 18:27:10

อุปกรณ์และชุดอ้างอิง

เพื่อความเป็นกลางในการลองฟัง ผมมักจะใช้ชุดเครื่องเสียงในการลองฟังอย่างต่ำสองชุดหลักๆด้วยกัน เพื่อความหลากหลายในการใช้งานต่างรูปแบบ โดยชุดแรกมักจะเน้นที่ความเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องที่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพื่อค้นหาความเหมาะสมในชุดที่จะลองฟัง และเมื่อจับใจความและเนื้อหาหลักได้แล้วจึงลองขยับปรับเปลี่ยนขึ้นไปลองฟังกับชุดที่สูงขึ้น เพื่อจับประเด็นในส่วนที่ละเอียดมากขึ้น

NAD C270 เครื่องที่ผมได้รับมานี้พ้นระยะเบิร์นอินมาเป็นที่เรียบร้อย มีความพร้อมต่อการลองฟังทันที ผมจึงได้จัดวางแทนเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้ประจำอยู่แล้วฟังเพื่อจับประเด็นในทันที เมื่อจับแนวทางคร่าวๆได้แล้ว จึงได้ลองสลับกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆที่คาดว่าน่าจะเหมาะสมจนมาลงตัวที่

ชุดแรก,เครื่องเล่นซีดี NAD S500 สายไฟเอซี Supra LoRad หัวปลั๊ก Watgate330 ท้าย Shurtter
สายสัญญาณ Cardas Quadlink 5 ปรีแอมป์ NAD 106 สลับกับ NAD C160 ลำโพง Epos ES11
สายสัญญาณ Supra EFF-I สายลำโพง Supra Ply3.4

เครื่องเล่นซีดีวางบนแท่นวางสปริง Hi-Fi Base ปรีแอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 เพาเวอร์แอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 สายไฟทั้งเครื่องเล่นซีดี และ ปรีแอมป์ต่อเข้าที่เต้ารับเอซี Fim 880 ติดตั้งที่บล็อกไม้สักของ Noom Hi-Fi (สองช่องเสียบ บล็อกไม้สักแท้) ต่อด้วยสายไฟ Carol Krell ต่อตรงเข้าที่เต้ารับเอซีฝังผนัง Watt Gate381

ชุดที่สอง, ประกอบด้วย เครื่องเล่นซีดี Accuphase DP65V สายสัญญาณ Cardas Cross
ปรีแอมป์ Mark Levinson No28 สายสัญญาณ Cardas Quadlink 5 ต่อเชื่อมด้วยอแดปเตอร์ลดรูป RCA ไปเป็น XLR เข้าช่องอินพุท XLR ของเพาเวอร์แอมป์ ลำโพง Focus Audio FS68 Signature
สายลำโพง Cardas Cross

เครื่องเล่นซีดีวางบนแท่นวางสปริง Hi-Fi Base รองรับเครื่องเล่นซีดีด้วย DH Cone + DH Square สามตัวไว้ใต้เครื่อง ปรีแอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 เพาเวอร์แอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 สายไฟจากเครื่องเสียงทั้งสองชุดต่อเข้าเต้ารับเอซี Watt Gate 381 ติดตั้งที่ HIFI Plug (สี่ช่องเสียบ บล็อกไม้แท้ขุดทั้งชิ้น) แล้วต่อสายเอซีที่ Audio quest AC 3.3 หัวปลั๊ก Watt Gate 330 + ท้าย Watt Gate 350 ผ่านตรงเข้าเต้ารับเอซีต้นทางที่ผนัง Watt Gate 381 รองรับเครื่องเล่นซีดีทั้งสองชุดด้วย Tiptoe DH Cone+DH Square สามตัวใต้เครื่อง Tiptoe Pyramid Cone เบอร์ 3 จำนวน 3 ตัวรองรับเพาเวอร์แอมป์ และมีอิฐมหัศจรรย์ VPI dB-10 1ก้อนวางทับบนตำแหน่งทรานส์ฟอร์เมอร์ของเพาเวอร์แอมป์ พยายามแยกสายต่างๆให้ห่างกัน และยกสายต่างๆบางช่วงให้ลอยพ้นพื้นห้องด้วย Flotters และ Hi-Fi Trick

ข้อสังเกตในการใช้งาน

การกลับทิศขั้วปลั๊กไฟเพื่อหาเฟสที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อต่อถูกทิศดุลเสียงจะนุ่มนวล อิ่มเอิบ รักษาสมดุลทั้งย่านเสียงได้ราบรื่น มีไดนามิกที่เด็ดขาดกว่า
ชั้นวางที่ดีส่งเสริมคุณภาพเสียงของเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นค่อนข้างชัดเจน
อุปกรณ์รองรับเครื่องเช่น Tiptoe ที่มีคุณภาพก็ส่งเสริมคุณภาพเสียงได้ดีเช่นกัน
อุปกรณ์เสริมในส่วนของการทับ ไม่ว่าจะเป็นอิฐมหัศจรรย์ VPI แท่น Bright star Audio หากจัดวางให้ถูกตำแหน่งจะได้คุณภาพที่สมบรูณ์มากขึ้น (ควรเริ่มจากบริเวณทรานส์ฟอร์เมอร์นะครับ)
ขั้วต่อลำโพงชุด A ให้คุณภาพเสียงโดยรวมโดดเด่นกว่าชุด B
ช่องอินพุท FIXED IN ให้คุณภาพเสียงโดยรวมอิ่มเนียน กลมกลืน และถ่ายทอดรายละเอียดได้ดีกว่าช่อง VARIBLE IN (ที่เร่งระดับความไวขาเข้าที่เท่าๆกัน)
เมื่อใช้ช่องอินพุท FIXED IN ควรลองเร่งลดระดับความต้านทางขาเข้าของช่อง VARIBLE IN ดูเพื่อเปรียบเทียบ ที่ตำแหน่ง MIN จะให้คุณภาพเสียงที่สมบรูณ์กว่า ซึ่งแตกต่างกับที่ระดับ MAX ที่จะให้ดุลเสียงที่ตึงตัว กระชับ แต่อาจฟังว่าอ่อนความต่อเนื่องมากกว่า และฟังว่าสัดส่วนเวทีเสียงจะตื้นกว่าเล็กน้อย
การ"ปิด"การทำงานของวงจร SOFT CLIPPING จะให้คุณภาพเสียงโดยรวมที่โปร่งสะอาด ต่อเนื่องลื่นไหล มีความเป็นสามมิติมากกว่ากว่า"เปิด"วงจรไว้
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:27:58

ผลการทดลองฟัง

น้ำเสียงโดยรวมนุ่มนวล โปร่งสะอาด ให้ความสด กระชับในแต่ละเสียงที่ถ่ายทอด รวมถึงถ่ายทอดความต่อเนื่องของท่วงทำนองในแต่ละแนวเพลงได้ดีมาก ให้รายละเอียดปลีกย่อยจึงได้หลุดลอยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ มีโฟกัสเสียงที่ชัดเจนเข้มข้น มีความสมดุลเสมอสมานกลมกลืนทั้งสามย่านเสียงหลัก

พละกำลังคืออีกจุดเด่นอีกจุด สามารถผลักดันรายละเอียดเสียงเล็กๆน้อยๆหลุดลอยออกมาอย่างอิสระ เวทีเสียงโอ่อ่า มีความใหญ่โตแตกต่างกันในแต่ละแผ่นและรูปแบบที่บันทึก

เสียงแหลมมีโฟกัสที่ชัดเจน เนื้อเสียงนุ่มนวล อิ่มเอิบกลมกลึง และกระชับแน่น มีความเปิดเผย
รวมไปถึงมีความเป็นตัวตนสูง ซึ่งพิจารณาโดยละเอียดแล้ว พบว่าอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสมดุล ไม่บอบบางลีบแบน ปล่อยปล่อยเสียงให้สะบัดตัวฟุ้งเป็นฝอย แต่ก็ไม่อวบหนาจนขาดรายละเอียด

จำแนกแยกแยะทรวดทรงทรง สัดส่วน และรูปแบบของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริง (Metter Of Time Michael Allen Harrison / Sheffield lab 10060-F) เสียงรูดโมบายซึ่งส่งสำเนียงของโลหะที่กระทบกันในลักษณะที่แตกต่างกันทั้งจังหวะและน้ำหนักการกระทบในช่วงต้นแทร็คที่ 1 คือข้อพิสูจน์ที่หนักแน่นอีกหนึ่งข้อ ที่สามารถยืนยันคำชื่นชมนี้ได้เป็นอย่างดี

มีความสงัดเงียบของพื้นเสียงดีมาก ส่งผลให้เนื้อเสียงมีความสะอาดใสเกลี้ยงเกลาทั้งย่าน ถ่ายทอดรายละเอียดได้แนบเนียน ไร้รอยต่อ มีการจางหายของเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ทั้งหมดที่กล่าวมา กลับสอดแทรกเจือปนความนุ่มนวลเชื่อมโยงไว้จางๆตลอดช่วงดนตรีที่บรรเลง [TEST CD 4.1 / OPUS 3 CD19400 HDCD]

ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างขวาง ไดนามิกเสียงของ NAD C270 จึงถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ มีความอิสระสูง คมชัดเด็ดขาดอย่างยิ่ง ดุลเสียงกลางจึงมีลักษณะดังกล่าวติดมาด้วยพอสมควร นี่เป็นจุดแรกที่สังเกตได้ชัดเจนในย่านเสียงกลาง

เสียงกลางมีความเปิดเผย โปร่งสะอาด มีความสดในน้ำเสียงสูง แฝงความนุ่มนวลและละเอียดลออที่เนื้อเสียง ที่ห่อหุ้มบางๆด้วยความอบอุ่นแสดงความเป็นสามมิติได้ดี มีท่วงทำนองที่ยอดเยี่ยม

ถ่ายทอดไทมิ่งได้ดี เมื่อต้องรับมือกับจังหวะที่สลับซับซ้อน กระชั้นถี่ ก็สามารถติดตามได้ทันท่วงที ไม่อั้นตื้อ พร่ามัวแม้แต่น้อย ครั้นดำเนินมาถึงบทเพลงที่ลดความดุดัน เร่งเร้า เปลี่ยนผันมาเป็นจังหวะที่เนิบช้า สุภาพอ่อนโยน NAD C270 ก็พลิกบทบาทกลับมาเข้าถึงอารมณ์เพลงได้อย่างแนบเนียน ไร้การสะดุด

สามารถตอบสนองสัญญาณฉับพลันหรือไดนามิกทรานเชี้ยนท์ได้โดดเด่นมาก มีตำแหน่งที่นิ่งมั่นคงและชัดเจน ไม่แปรผันแม้ในระดับความดังที่แตกต่างกันมาก (THE McNEELY LEVIN SKINNER BAND/AFTER MIDNIGHT: Sheffield lab 11420-2-F) เสียงรัวกีตาร์และแบนโจที่มีความเร็วสูง เร่งเร้าให้บังเกิดอารมณ์คึกคักกระฉับกระเฉง NAD C270 ก็สามารถถ่ายทอดความเร็วที่กระชั้นถี่ได้ไม่ตกหล่น หรือบกพร่องแต่อย่างใด

คุณสมบัติในประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะหากนำเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ไปเสริมระบบโฮเธียเตอร์ซึ่งเป็นการใช้งานอีกรูปแบบหนึ่ง ก็คาดว่าจะส่งเสริมอรรถรสในการชมภาพยนตร์ชนิดที่เกินคาดหมายเป็นแน่

หากไม่กล่าวถึงความต่อเนื่องลื่นไหลของเสียงที่เป็นคุณสมบัติเด่นอีกประการของเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ คงอาจจะมีการเข้าใจผิดคิดเป็นอื่นแน่นอน

ครับ, เป็นความจริงที่ความสด สะอาดเปิดเผย มีความคมชัดในทุกสรรพเสียงนั้นเป็นจุดเด่นจุดแรกที่กล่าวถึง แต่ความนุ่มนวลต่อเนื่องและอิ่มเอิบคือสิ่งที่เป็นคุณสมบัติหลักที่แม้คราวนี้จะไม่โดดเด่นทัดเทียม แต่มีอยู่เต็มเปี่ยมดุจดังเสาหลักอีกต้นในเพาเวอร์แอมป์ NAD C270 เครื่องนี้แน่นอนเรียกได้ว่าเป็นรองกันเพียงน้อยนิดเท่านั้น

เช่นนี้แล้ว เมื่อกลับมาฟังบทเพลงที่มีความต่อเนื่องของท่วงทำนองที่สละสลวย เนิบช้า อย่างเช่นในบทเพลงบัลลาดแจ๊ส ที่มีเครื่องดนตรีเอกคือเทเนอร์แซ็กโซโฟน จึงมีทั้งความสด สะอาด และทรงพลังผสานกับเนื้อเสียงที่อิ่มเนียน มีมวลเสียงที่นุ่มกระชับ โดยทั้งหมดเป็นส่วนประกอบหลักของบทเพลงที่มีการควบคุมจังหวะที่มั่นคงไม่ว่าจะเร็วหรือช้าได้ตรงไปตรงมาดีมาก (JOHNY HODGES AND HIS ORCHESTRA Blues A-Plenty / VSCD8358)

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติในการถ่ายทอดไทมิ่งที่ดี ซึ่งมักจะพบเจอได้เสมอในเพาเวอร์แอมป์ระดับไฮเอ็นด์แทบทุกเครื่อง ซึ่ง NAD C270 เครื่องนี้ก็ได้ย่อส่วนลงมาบรรจุไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ตามปรกติแล้ว จะสังเกตได้ว่าเพาเวอร์ที่มีกำลังขับน้อยๆจำพวกไม่เกิน 100 วัตต์ จะให้สุ้มเสียงที่ดีที่สุดในระดับความดังระดับหนึ่ง หรือใกล้เคียงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่ากำลังสำรองที่ค่อนข้างต่ำ จึงส่งผลให้ไม่ได้รับรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนเมื่อฟังเพลงที่ระดับความดังที่ต่ำ

ตรงกันข้าม , เมื่อเร่งวอลลุ่มให้สูงขึ้น กลับพบว่า เสียงต่างๆกับเริ่มส่ออาการฟุ้ง เบลอ พร่ามัว ซึ่งอาการนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของอาการขับลำโพงไม่ออกนี่เอง

แน่นอนว่าสิ่งที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นนั้น ไม่เคยปรากฏในการลองฟังเพาเวอร์แอมป์ NAD C270 เครื่องนี้ที่ยาวนานนับเดือนเลยแม้แต่น้อย

ด้วยเหตุที่กล่าวอ้างไว้ข้างต้นนี้เอง การให้ความต่อเนื่องของเสียงเครื่องดนตรีอย่างไวบราโฟนที่มีหางเสียงที่ยาว และมีการจางหายอย่างเป็นธรรมชาตินั้น จึงเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นทุกประการ แรงปะทะต้นโน๊ตมีความชัดคม แสดงน้ำหนักการลงไม้อ่อนแก่ได้ดีมาก ตัวเสียงกลมกลึงมีความอบอุ่นในน้ำเสียง และมีการจางหายที่เป็นขั้นเป็นตอน ค่อยเป็นค่อยไป มิได้ลิดรอนหางเสียงให้ห้วนสั้นเก็บตัวเร็วเกินกำหนด เหมือนเพาเวอร์แอมป์บางเครื่องที่เน้นหนักในเรื่องความสด กระชับ (Lars Earstrand and Four Brothers OPUS 3 CD 8402)

กับบทเพลงร้องหลากหลายแนวที่ผ่านเพาเวอร์แอมป์ NAD C270 เครื่องนี้มีความกระชับ อิ่มเอิบ น่าฟังเป็นอย่างมาก เสียงร้องอมหวานประปราย คืออีกคุณสมบัติที่น่าทึ่งอีกประการ ที่นำเสนอลีลาการร้องอย่างมีความเป็นธรรมชาติ ที่แฝงความตั้งใจไว้เต็มที่ (Carol Kidd : Carol Kidd / Linn Record AKCD003)

เมื่อเปรียบกับรุ่นก่อนๆอย่าง NAD 216 แล้ว มีที่น่าสนใจที่ได้รับการใส่ใจและพัฒนาคุณภาพให้รุดหน้าขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด (ทั้งๆที่ส่วนอื่นก็ได้รับการพัฒนาไปมากเช่นกัน) อยู่สองส่วนด้วยกัน

ความโดดเด่นที่กล่าวถึงนี้ส่วนแรกไปตกอยู่ที่ ดุลเสียงในย่านทุ้มครับ

หากความทรงจำที่มีไม่ผิดเพี้ยน ผมยังจำได้ว่าคราวที่ใช้งาน NAD 216 อยู่แรมปีนั้น ยังมีสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมจากเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้คือ ความคมชัด เด็ดขาดในการนำเสนอมากกว่าที่เป็นอยู่อีกสักเล็กน้อย เพราะบางครั้งบางคราวก็รู้สึกว่าอิมแพ็คหรือแรงปะทะต้นเสียงนั้นยังคลุมเครืออยู่บ้าง

พอมาถึงรุ่นใหม่อย่าง NAD C270 เครื่องนี้นี่เองที่พัฒนาคุณภาพเสียงทุ้มดังกล่าวถึงนี้ ขึ้นไปได้ไกลเกินคาดหมาย (Tropic Affair / JIM BROCK: REFERENCE RECORDINGS RR-31CD)

ทุ้มสะอาดกระชับ เนื้อแน่น ให้โฟกัสชัดคม มีความเป็นตัวตน ขึ้นรูปทรงเป็นสามมิติสูง แจกแจงคอนทราสหรือการไล่ระดับอ่อน-แก่ของเสียง รวมไปถึงแยกแยะน้ำหนักเสียงในย่านได้โดดเด่นมาก เสียงทุ้มต่ำในช่วงต้นของแทร็คที่ 8 มีมวลที่อิ่มข้น แต่สะอาดใสด้วยบรรยากาศรายล้อม ลงได้ลึกเต็มความสามารถของลำโพงจะทำได้

แน่นอนว่า เมื่อจับประเด็นโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ทุ้มต่ำนั้นก็ยังคงมีอาการผ่อนโฟกัส และน้ำหนักลงไปบ้าง เมื่อเทียบกับทุ้มตอนกลางและทุ้มตอนบนที่มีความเด็ดขาดจะแจ้งกว่า แต่เท่าที่ผ่านเพาเวอร์แอมป์ในระดับราคานี้มา ก็จะพบอาการที่กล่าวถึงนี้เสมอๆ และยังต้องชื่นชมว่า NAD C270 เครื่องนี้นำเสนอเนื้องานในส่วนนี้ได้ดีในระดับแนวหน้าของระดับราคานี้เลยทีเดียว

และเมื่อพิจารณาทั้งดุลเสียงในย่านทุ้มทั้งหมด จะพบว่ามีความกลมกลืน สอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างลงตัวยิ่ง

เสียงกระหน่ำรัวกลองจีนอย่างดุดัน แต่มีความนิ่ง มั่นคงในจังหวะ คล้ายสมาธิในตัวเอง บ่งบอกถึงสภาวะการควบคุมดุลเสียงที่ยอดเยี่ยม และแสดงถึงการควบคุมการจ่ายกระแสรวมไปถึงกำลังสำรองที่มหาศาล เพียงพอต่อการใช้งาน ผมจึงไม่เคยพบอาการเสียงแกว่งและวูบวาบในระดับความดังที่สูงกว่าปรกติมากๆแม้เพียงครั้งเดียว

ส่วนที่สองที่จะกล่าวถึงคือ ความสามารถในการถ่ายทอดและจำลองภาพลักษณ์ในส่วนของมิติเวทีเสียง ซึ่งเป็นส่วนที่รุดหน้าไปไกลหลายส่วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดและสัดส่วนเวทีที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมไปถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างที่มีชั้นเชิงมากขึ้น

ด้านกว้างแผ่ขยายออกเต็มพื้นที่ มีความเข้มข้นตั้งแต่ตรงกลางเวทีไล่เรียงไปจนถึงสิ้นสุดขอบเวทีได้กลมกลืน ราบรื่น โอบโค้งสอดรับในส่วนของระนาบที่ลึกลดหลั่นเลยไปอย่างสวยงาม หากเปรียบเทียบกับรูปทรงเรขาคณิตก็จะมีรูปทรงอยู่ตรงกลางระหว่างกระทะคว่ำกับครึ่งวงกลม ซึ่งพบได้ไม่ง่ายนักในเพาเวอร์แอมป์ระดับราคานี้

ในส่วนของด้านลึกที่เคยฟังว่ามีหมอกควันจางๆปกคลุมโดยตลอด บัดนี้ได้ถูกขจัดปัดเป่าออกไปเสียจนรับรู้ถึงบรรยากาศโถงหลังที่ชัดเจนมากขึ้น [HDCD Sampler / REFERENCE RECORDINGS RR-S3CD]

ไม่เพียงแต่สัดส่วนเวทีเท่านั้น ยังสามารถรับรู้ได้ถึงบรรยากาศโถงที่ที่มีความใหญ่โตโอ่อ่าเป็นอย่างมาก รวมถึงแสดงศักยภาพในการแยกแยะช่องว่างช่องไฟอย่างมีอิสระในตัวเอง เสียงแต่ละเสียงทรงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น มั่งคงสูง ไม่แสดงอาการวอกแวก วูบวาบ แกว่งไปแกว่งมา , ดีมากครับ

แม้จะไม่ได้ถ่ายทอดความใสสะอาดของพื้นเวทีเสียงที่รองรับได้กระจ่างใสดั่งที่เพาเวอร์แอมป์ระดับไฮเอ็นด์ถ่ายทอดออกมาได้ เพราะยังพบว่าเอกลักษณ์ของ NAD ที่มักจะเจือจางความอบอุ่นนิ่มนวลในเนื้อเสียงไว้เสมอๆ จึงยังพอที่จะจับประเด็นได้ว่าช่องว่างระหว่างเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในเวทีเสียงนั้นยังมีบรรยากาศที่อบอุ่นเชื่อมโยงไว้บางๆ ซึ่งส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายในการฟัง โดยไม่ทำให้สูญเสียอรรถรสในการฟังแบบจริงจัง (Critical Listening) มากจนเกินไป

ที่โดดเด่นและชัดเจนอีกประการคือสัดส่วนความสูงของเครื่องดนตรี และบรรยากาศโถงที่โอบล้อมเวทีเสียงโดยรอบอย่างมีขนาดและสัดส่วนที่แน่นอน เปลี่ยนแปรไปตามรูปลักษณ์จากแผ่นต้นฉบับที่บันทึกมาค่อนข้างดีมากทีเดียว [Turtle Creek Chorale POSTCARTS / REFERENCE RECORDINGS RR-61CD]
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:28:59

บทสรุป

เพาเวอร์แอมป์ NAD C270 คืออีกหนึ่งจุดลงตัวของเพาเวอร์แอมป์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของมิตรรักนักเล่นเครื่องเสียงได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในรูปแบบของการฟังเพลงที่เน้นความละเมียด ประณีตในแนวเพลงต่างๆ

หรือจะเป็นการใช้ร่วมกับเอ/วีรีซีฟเวอร์ในระบบโฮมเธียเตอร์ โดยใช้เสริมพละกำลังในสองแชนแนลหลัก ซึ่งแม้ว่าผมเองจะไม่ได้เจาะประเด็นนี้ลึกเท่าที่ควร แต่ก็พอจะยืนยันได้เต็มปากว่าสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนกระบวนความกันเลยทีเดียว

ด้วยน้ำเสียงที่พัฒนาจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด มีความเปิดเผย โปร่งสะอาด สดกระชับ ให้ความใสได้ดี มีความนุ่มนวลอิ่มเอิบที่เนื้อเสียงโดยรวม ให้ความต่อเนื่องลื่นไหลของเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ มีความเป็นกลางสูง

มีพละกำลังที่โดดเด่น กระชับแน่น ควบคุมเสียงต่างๆให้มีความนิ่งและมั่นคง ไม่แสดงอาการวูบวาบ ตลอดระยะการลองฟังที่ใช้เวลายาวนาน

รายละเอียดเสียงคือส่วนสำคัญอีกหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดออกมาอย่างมีเชิง ปราศจากอาการพุ่งพล่าน ลุกลี้ลุกลนในการนำเสนอ แต่ค่อยๆปลดปล่อยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ มีอิสระในตัวสูง คล้ายมีสมาธิที่แน่วแน่ก็ไม่ปาน

มิติเวทีเสียงคือไม้เด็ดที่เรียกคะแนนความน่าสนใจได้อีกประการ มีความสมดุลทั้งด้านกว้างที่แผ่ไปชนผนังด้านข้าง เชื่อมประสานเป็นเนื้อเดียวกับด้านลึกที่เข้ามาสอดรับไว้อย่างแนบเนียน รวมไปถึงแนวดิ่งที่แสดงภาพลักษณ์สัดส่วนความสูงทั้งตัวศิลปินและเครื่องดนตรีประกอบได้อย่างน่าชื่นชมไม่น้อย จะมีก็เพียงบรรยากาศรายล้อมตัวเสียงในส่วนโถงหลังเวทีเท่านั้นที่ยังพอจับประเด็นได้ว่ายังอ่อนความคมชัด และความกังวานไปนิด

มีความโอ่อ่า สมส่วน และแจกแจงตำแหน่งของชิ้นดนตรีที่ปรากฏในเวที ให้มีความอิสระในตัวเอง แบ่งแยกเสียงต่างให้หลุดลอยออกจากพื้นเสียงที่ใสสะอาดแต่เจือบรรยากาศที่นุ่มนวลไว้จางๆอย่างเป็นเอกเทศ มีสัดส่วนช่องว่างช่องไฟที่ดี

และเมื่อดำเนินความมาถึงบรรทัดนี้ ผมก็ขอยกย่องเพาเวอร์แอมป์ NAD C270 เครื่องนี้อย่างเต็มปากว่าเป็นเพาเวอร์แอมป์ที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา และครบเครื่องมากที่สุดอีกเครื่องหนึ่งในระดับราคานี้ได้เต็มภาคภูมิ

"แนะนำให้ลองฟังด้วยหูของตัวท่านเองสักครั้งครับ"
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:29:44
ต้องการซื้อขายเครื่องเสียงมือสอง เชิญที่นี่
Top