ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ Gamut D200

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ Gamut D200

Audio Review: เพาเวอร์แอมป์ Gamut D200
โดย "เด็กวัด" ธนกฤต กตัญญู (จงจินต์ เสรีรักษ์)
เมษายน 2547 | ออดิโอทีม

แม้ตลาดอินทิเกรตแอมป์ระดับไฮเอ็นด์หลายๆค่าย ทยอยเปิดตัวสินค้าออกสู่ตลาดนักเล่นเป็นช่วงๆ แต่เพาเวอร์แอมป์ก็ไม่น้อยหน้า ยังมีเพาเวอร์แอมป์หลากหลายให้เลือกแมทช์ในซิสเต็มเช่นเดียวกัน

เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อ Gamut ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูนักเล่นนักฟังในบ้านเรา โดยเฉพาะเครื่องเล่นซีดีซึ่งได้รับการยกย่องชมเชยจากนิตยสารต่างประเทศมาแล้ว ในส่วนของเพาเวอร์แอมป์ก็น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน Gamut ผลิตเพาเวอร์แอมป์ออกมาหลายรุ่น ผมมีโอกาสได้ลองเล่นลองฟังเพาเวอร์แอมป์ Gumut D-200 ซึ่งจัดเป็นเพาเวอร์แอมป์ระดับกลางๆของยี่ห้อนี้ ลองพิเคราะห์ในส่วนของการลองฟังพอเป็นสังเขปนะครับ

รูปลักษณ์และการใช้งาน

Gamut D-200 รูปร่างหน้าตาดูเรียบง่าย ไม่ได้บ่งบอกถึงแนวทางของน้ำเสียงไปในทางใดทางหนึ่งเมื่อแรกที่เห็นรูปร่างหน้าตา (บางส่วนของรูปลักษณ์ในบางยี่ห้อ เป็นอุปาทานตัวหนึ่งที่ทำให้สำคัญในน้ำเสียงไปทางใดทางหนึ่งตามอัตตาที่แลเห็น) แต่การออกแบบภายในก็มีความสลับซับซ้อนพอสมควรทีเดียว

โดยเฉพาะการออกแบบภาคขยายภายในเป็นแบบดูอัลโมโน แยกวงจรซ้ายขวาเป็นอิสระต่อกัน สังเกตได้ว่า ภายในตัวเครื่องจะมีทรานสฟอร์เมอร์ชนิดทอร์ลอยด์ถึงสองลูก วางตำแหน่งไว้ด้านหน้าและด้านหลัง ในแนวตรงข้าม ไม่ใช่แนวกว้างของตัวเครื่องเช่นที่คุ้นเคยกัน ซึ่งก็ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเอาเรื่อง

ปุ่มสวิทซ์เมนอยู่กึ่งกลางบนแผงหน้าปัด เหนือตำแหน่งชื่อยี่ห้อและรุ่นที่อยู่ถัดมาด้านล่าง เพาเวอร์แอมป์ Gamut D-200 ไม่มีฟังก์ชั่นสแตนด์บายนะครับ เมื่อเปิดสวิทซ์เมน ดวงไฟเล็กๆที่หน้าปัดติดสว่างขึ้น ก็หมายถึงภาวะที่เครื่องทำงาน แล้วก็ออกแบบเน้นบริสุทธิ์นิยม มีการหน่วงสัญญาณไฟแรกสวิทซ์ออนเอาไว้สั้นๆ นับชั่ววินาทีเท่านั้น

ไม่ต้องแปลกใจหากมีเสียงกระตุ้นออกลำโพงแต่เพียงเล็กน้อย นั่นเป็นภาวะปกติตอนเปิดและปิดเครื่องฯ อย่างไรก็ตาม, Gamut D-200 มีฟังก์ชั่นป้องกันความเสียหายของวงจรที่มาจากโหลดของลำโพง

ผมไม่ได้เปิดฝาครอบเครื่องเพื่อสำรวจรายละเอียดภายในตัวเครื่อง แต่ทราบว่าเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ สามารถเลือกปรับเกนขยายสัญญาณ เพื่อให้เข้ากับปรีแอมป์อื่นๆ ที่จะเลือกใช้ ในส่วนนี้ ผมเข้าใจว่าผู้แทนจำหน่ายน่าจะปรับตั้งเกนขยายเอาไว้ที่ระกลางไปทางสูง สังเกตจากการแมทช์กับปรีแอมป์ Classe Audio และ Thule Audio ซึ่งใช้ระดับโวลุ่มไม่มากนักเมื่อเล่นในภาคไลน์ ก็ได้ระดับความดังที่พอเพียง

ด้านหลังของเพาเวอร์แอมป์ แยกขั้วต่ออินพุทเอาไว้ซ้ายและขวาสุดตามแนวกว้างตัวเครื่อง ค่อนลงมาทางด้านล่าง มีขั้วต่อทั้งบาลานซ์ (XLR) และขั้วต่ออันบาลานซ์ (RCA) ให้เลือกใช้ตามความต้องการ โดยในกล่องจะมีขั้วต่อ XLR แถมติดมาหนึ่งคู่ ซึ่งได้ชอตพินหนึ่งและพินสามเอาไว้ ในกรณีที่บางซิสเต็มต้องการใช้งานเพาเวอร์แอมป์ด้วยสายสัญญาณอันบาลานซ์อาร์ซีเอ ก็ต้องใช้ขั้วต่อ XLR ที่ว่านี้ สวมเข้ากับช่องอินพุทบาลานซ์หลังเครื่อง เพื่อตัดไปใช้งานในระบบอันบาลานซ์นั่นเอง

เหนือตำแหน่งของขั้วต่อที่ว่ามา ก็เป็นขั้วต่อสายลำโพง ซึ่งเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ติดตั้งขั้วต่อมาให้แชนแนลละ 2 ชุด สำหรับการต่อสายลำโพงทั้งซิงเกิ้ลและไบไวร์ ขั้วต่อสายลำโพงที่ว่านี้ก็เป็นขั้วต่อคุณภาพดีรุ่นนิยมของ WBT ซึ่งแอมป์ไฮเอนด์ทั่วไปนิยมเลือกใช้กัน และแน่นอนครับ ขั้วต่อสายไฟเอซีก็ออกแบบเป็นเบ้าเสียบสามขามาตรฐานทั่วไป เลือกใช้สายไฟเอซีสำเร็จรูปได้ต้องที่ต้องการทุกเมื่อ

Gamut D-200 จัดเป็นเพาเวอร์แอมป์ที่สามารถจ่ายกำลังและกระแสได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะขับลำโพงไดนามิคหรือลำโพงอิเลคทรอสเตติคก็ตาม ด้วยวงจร ที่เลือกใช้ Mosfet Transistor ซึ่งประคองกำลังขับได้สูงถึง 500 วัตต์และพีคกระแส 300 แอมแปร์ และสามารถขับโหลดได้ต่ำถึง 1.5 โอห์มเลยทีเดียว จัดว่าไม่ธรรมดาสำหรับความสามารถเชิงนี้

Gamut D-200 ให้กำลังขับต่อเนื่องต่อข้างที่ 8 โอห์ม 200 วัตต์ ความต้านทานขาเข้าสำหรับช่องบาลานซ์ (XLR) 40 กิโลโอห์ม, ช่องอันบาลานซ์ (RCA) 20 กิโลโอห์ม ส่วนความไวขาเข้า สามารถเลือกปรับเพื่อการแมทช์ของปรีแอมป์ได้หลายค่า ตั้งแต่ 0.775 โวล์ทถึง 3.9 โวล์ท (กรุณาติดต่อสอบถามรายละเอียดส่วนนี้ได้ที่ผู้แทนจำหน่าย) ตัวเครื่องสูงกว้างลึก 16.4x43.1x47 เซนติเมตร น้ำหนัก 32 กิโลกรัม

  Admin (อ่าน 4,060 | ตอบ 3 )   Time Date 03/02/2019 18:17:26

อุปกรร์และชุดอ้างอิง

นับเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับผมเมื่อเพาเวอร์แอมป์ที่ส่งมานั้น ได้ผ่านพ้นการเบิร์นอินเรียบร้อยแล้ว ช่วยประหยัดเวลาในการลองฟังได้มากทีเดียว

เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้อยู่ในห้องฟังของผมด้วยเวลาที่ยาวนาน จึงมีโอกาสได้ลองใช้งานกับลำโพงที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ผมขอสรุปชุดล่าสุดที่ใช้ในการประเมินคุณภาพรวมทั้งหมดของเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ไว้เพียงสองซิสเต็มเท่านั้นนะครับ

ชุดแรก, เครื่องเล่นซีดี Ayre CX-7, Accuphase SACD DP-77 ปรีแอมป์ Thule Audio PR150B, ลำโพง ProAc Response D-80 (คาบเกี่ยวต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว) สายสัญญาณบาลานซ์ Cardas Golden Cross จากเครื่องเล่นซีดีไปยังปรีแอมป์, Cardas Cross จากปรีแอมป์ไปยังเพาเวอร์แอมป์, สายลำโพง Alphacore Phyton Biwire, Supra Ply 3.4 (สลับกันเป็นสองคาบ) สายไฟเอซีทั้งชุด Hovland Mainline ต่อจากเครื่องเล่นทั้งหมดมารวมที่ปลั๊กลอย Wattgate 381 ต่อจากปลั๊กลอยด้วยสายไฟเอซี Cardas Golden Referece เข้าปลั๊ก Wattgate381 ที่ผนังห้อง

เครื่องเล่นซีดีจัดวางบนแท่นวางเครื่อง EMX #111 รองรับใต้แท่นรองด้วย Dynafoot 3 ลูก, ปรีแอมป์วางบนชั้นวาง Target Audio B1 วางอิฐมหัศจรรย์ไว้ด้านบนตรงตำแหน่งทรานสฟอร์เมอร์ของเครื่อง, เพาเวอร์แอมป์จัดวางบนชั้นวาง Solid-Tech วางอิฐมหัศจรรย์ด้านบนตรงตำแหน่งทรานสฟอร์เมอร์

สายลำโพงสายสัญญาณหลายช่วง แขวนลอยด้วยท่อ Floaters และแท่นรองสาย Solid-Tech

ชุดที่สอง, เครื่องเล่นซีดี Accuphase SACD DP-77, ปรีแอมป์ Classe Audio CP-60, ลำโพง Dali Grande Coupe และ Alon Petite

สายสัญญาณจากเครื่องเล่นซีดีไปปรีแอมป์ Omega Gold (RCA), สายสัญญาณบาลานซ์จากปรีแอมป์ไปยังเพาเวอร์แอมป์ MIT Shotgun S3 (XLR ปรับอิมพีแดนซ์ของสายฯไว้ที่ Low ), สายลำโพง Cardas Golden Cross Biwire สายไฟเอซีทั้งหมดเป็น ACG AC Powercord, ต่อมารวมที่ปลั๊กลอย Wattgate 381, และจากปลั๊กลอยต่อเชื่อมด้วยสายไฟเอซี Cardas Golden Reference เข้าปลั๊กฯ Wattgate 381 ที่ผนังห้อง

เครื่องเล่นซีดีวางบนแท่นรอง Hi-Fi Base (ของเดอะหั่งเจ้าเก่า) ปรีแอมป์วางบนชั้นวางเดี่ยว Target Audio B1, เพาเวอร์แอมป์เป้าหมายจัดวางบนชั้นวางเครื่องฯ Solid-Tech, สายสัญญาณสายลำโพงและสายไฟเอซีหลายช่วง แขวนหนีพื้นพรมด้วยท่อ Floaters, แท่นรองสายฯ Solid-Tech ด้านบนเครื่องเล่นซีดีจูนด้วยแท่ง Topper สามชิ้น รองรับใต้ปรีแอมป์ด้วยทิปโท Pyramid Cone #3
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:18:05

ผลการลองฟัง

เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ แม้ผ่านการเบิร์นอินมาแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน คุณภาพสูงสุดจะปรากฏออกมาเมื่อล่วงผ่านเวลาเล่นไปแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง และเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่มีการเปิดปิดสวิทซ์เมนของเครื่อง ความแตกต่างของเสียงในแง่นี้ มีผลลัพธ์มากพอที่จะฟังออกกันได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องจับผิดหรือเพ่งพินิจแต่ประการใด

แต่อย่างไรก็ตาม, เนื่องจากเพาเวอร์แอมป์มีกำลังขับสูงและจ่ายกระแสได้มาก ควรจะเปิดปิดซิสเต็มตามลำดับ โดยเปิดเริ่มจากแหล่งโปรแกรม, ปรีแอมป์, เพาเวอร์แอมป์ท้ายสุด และตรงกันข้ามเมื่อต้องการปิดเครื่องทุกชิ้น ควรจะเริ่มปิด(สวิทซ์ออฟ)ที่เพาเวอร์แอมป์ก่อนเป็นลำดับแรก แล้วควรทิ้งเวลาอย่างน้อย 5-10 นาที ค่อยปิดสวิทซ์ของปรีแอมป์ตามลำดับ

แต่ในซิสเต็มของผม ส่วนใหญ่จะสวิทซ์ออนทุกเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา หากไม่ได้ใช้งานเครื่องในช่วงสั้นก็เพียงหรี่โวลุ่มที่ปรีแอมป์ลงให้หมด หรือยกปุ่มมิวท์ที่ปรีแอม์ไว้ ทั้งนี้ควรจะแน่ใจว่า การจัดเครื่องทั้งหมดในห้องนั้นๆ มีการถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสมนะครับ

พูดถึงเพาเวอร์แอมป์กันแล้ว หลายท่านคงนึกถึงพละกำลังเป็นลำดับแรก เพราะนั่นดูจะตรงกับความหมายที่เราเรียกขานอุปกรณ์ชิ้นนี้มากที่สุด แต่ในแง่ของเสียงที่ถ่ายทอดพละกำลังออกมาให้ได้สดับนั้น หาใช่เน้นหรือตีความกันที่ความดุดันทรงพลังในการกระแทกกระทั้นอย่างเมามัน และหนักหน่วงเท่านั้น โดยไม่ใส่ใจหรือให้ความสำคัญถึงความลื่นไหลต่อเนื่องของเมโลดี้หรือไทมิ่ง ความเป็นดนตรี รวมไว้นั้นด้วย

ประเด็นนี้น่าจะเป็นข้อสังเกตที่นักเล่นนักฟัง ควรจะพิจารณาควบคู่ไปกับพละกำลังที่ควรจะได้
หาได้ไม่ยากนักสำหรับเพาเวอร์แอมป์ที่ทรงพละกำลังในความหมายนั้น แม้ตัวเลขสเปคฯที่ระบุบอก ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ที่เด็ดขาดถึงคุณสมบัตินี้ก็ตาม แต่ในจำนวนที่ได้ไม่มากนัก ผมเรียนว่า Gamut D-200 ก็ต้องจัดลำดับไว้เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นครับ

แรกที่ฟัง, ดูเหมือนไม่มีอะไรมากไปกว่าเพาเวอร์แอมป์ที่เคยได้ฟังมา แต่เมื่อได้ทำความคุ้นเคยกันแล้ว ไม่ธรรมดาอยู่มากสำหรับน้ำเสียงที่เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ถ่ายทอดผ่านลำโพงคู่แล้วคู่เล่า ในทุกครั้งที่ว่ามา ล้วนย้ำเน้นให้ได้พบความละเอียดลออที่เพาเวอร์แอมป์เครื่องหนึ่งจะนำเสนออย่างนั้นได้

ดุลน้ำเสียงอาจไม่อิ่มหนาหรือเน้นมวลทึบเข้มอะไรประเภทนั้น แต่ไม่ติดไปทางบอบบางเป็นแน่นอน ตอนที่ขับลำโพง ProAc Response D-80 เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ก็ถ่ายทอดความโอ่อ่าอลังการที่เป็นคุณสมบัติเด่นของลำโพงตั้งพื้นรุ่นใหญ่คู่นั้น แน่นอนครับ, คุณสมบัตินี้หากไม่มีอยู่ในเพาเวอร์แอมป์ด้วยแล้ว จะเอาที่ไหนมาบอกกล่าวผ่านลำโพงให้ได้ยินเช่นนั้นได้อีก

ครั้นหันมาลองขับด้วยลำโพงเล็กวางขาตั้งอย่าง Alon Petite คำว่าลำโพงล่องหนก็ดูจะเป็นธรรมดาสามัญที่ปรากฏขึ้น กระบวนการเหล่านี้ทำให้มั่นใจได้ว่า Gamut D-200 มีเกรนเสียงที่ละเมียดละไม ไม่นุ่มนวลจะแจ้งจนทำให้น่าเบื่อในวันข้างหน้า แต่ก็ไม่หักหาญโครมครามชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจเมื่อแรกฟัง

พละกำลังที่เกริ่นนำไว้ตอนต้นสำหรับเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ ต้องถือเป็นคุณค่ารวมซึ่งเฉลี่ยถ่ายทอดแต่ละส่วนออกมาด้วยความประณีต ละเมียดด้วยเกรนเสียงที่สะอาด เนียน รายละเอียดต่างๆที่เป็นส่วนใหญ่และปลีกย่อย เบ็ดเสร็จอยู่ในหนึ่งเดียว รวมถึงน้ำหนักเสียงที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำและ แยกแยะช่องว่างช่องไฟได้อย่างงดงามทีเดียว

เสียงแหลมสดใสแล้วควบแน่นด้วยน้ำเสียงที่ละเมียดละมุนละไม ไม่ปรากฏสำเนียงเสี้ยนสากที่จะทำให้รับรู้ว่านี่คือแอมป์โซลิดสเตทแม้แต่น้อย โดยไม่ปรากฏอาการยวบยาบหรือออกโทนนุ่มเกินไป รายละเอียดความกังวานรอบๆตัวเสียงหลักๆ และที่กระจายออกไปรอบตัว เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ฟังแล้วผ่อนคลายดีเยี่ยม โดยที่ไม่ได้ลดหย่อนโฟกัสหรือรายละเอียดของน้ำเสียงชิ้นดนตรีใดๆลงไปเลย

ผมคงไม่เปรียบเทียบน้ำเสียงเช่นนี้เป็นเสมือนเสียงจากเครื่องหลอดสุญญากาศ, เพราะมีข้อแตกต่างที่แฝงอยู่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะตัวเสียวหลักที่มีฮาร์โมนิคคู่ควบ เปล่งความกังวานออกเป็นระลอก นั่นก็ยังคงให้โฟกัสที่ชัดคม มีทรวดทรงเป็นชิ้นเป็นอันอย่างแน่ชัด ไม่ว่าเสียงนั้นจะเล็กหรือใหญ่ ดังพร้อมๆกันหลายๆชิ้นหรือเรียบเรียงสะกดไปทีละโน้ตก็ตาม

ทั้งนั้นเป็นสำเนียงที่มีความกระชับแน่นในเนื้อเสียง ทรวดทรงพอเหมาะพอดี ความต่อเนื่องไต่ระดับที่ละเอียดยิบ เกรนเสียงที่เยือกเย็นผ่อนคลาย นับเป็นเสียงแหลมที่ควรแก่การบันเทิงอย่างแท้จริง

ช่วงหนึ่งที่ผมลองขับด้วยลำโพง Martin Lagan : Clarity ใช่เลยครับ, นี่คือเป้าหมายที่หลายคนมุ่งหวังอยากจะได้ยิน ถ้าเป็นภาพวาด ก็ต้องเรียนว่า ประณีตทั้งโทนสี ฝีมือแปรงและความหมายอันล้ำลึกของภาพนั้นๆ กลางแหลมนุ่มนวลด้วยความโปร่งสะอาด สดใส ชนิดที่ฟังแล้วจำไม่ลืมกันเลยทีเดียว

เสียงเคาะไทรแองเกิ้ลก็ดี, เสียงแส้ที่ลากวนไปบนหน้ากลองก็ดี เสียงเปียโนที่ศิลปินปลดปล่อยอารมณ์พรมนิ้วลงบนคีย์อย่างพลิ้วไหวก็ดี [ Test CD4.1 / OPUS 3 CD19400 ] เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้นำมาถ่ายทอดบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความเป็นตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง มันทำให้ผู้ฟังทะลุเข้าไปถึงเนื้อแท้ของผลงานเหล่านั้นได้อย่างจะแจ้ง แล้วก็จริงจังโดยไม่สอดแทรกความเครียดล้าเข้ามาปะปนเลย

ยอมรับว่าไม่เคยฟังเพาเวอร์แอมป์ที่ให้น้ำเสียงและรายละเอียดอย่างนี้มาก่อน คิดว่าน้อยกว่าน้อยที่จะมีคุณสมบัติเช่นนี้ในเพาเวอร์แอมป์ที่หลากหลายอยู่ในแวดวงไฮเอ็นด์ อย่างน้อยผมก็ไม่เคยได้ยินน้ำเสียงทำนองนี้มาก่อน

แทร็คแรกในอัลบั้มชุดนี้ [ Art For The Ear / BURMESTER CDII ] นั่นละครับ เป็นประจักษ์พยานหลักฐานอย่างดีที่บอกให้รู้ได้ทันทีว่า เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ คงมีราคาค่าตัวหลายสตางค์ทีเดียว ทำไม่เป็นอย่างนั้น ก็ด้วยน้ำเสียงที่แทบจะสมบูรณ์แบบในแง่ของการฟัง มีทั้งทรวดทรงของเสียงที่ขึ้นรูปเป็นสามมิติ มีองศาเป็นของตนเองในแต่ละเสียง แล้วไหลลื่นต่อเนื่องอย่างมีลีลา มีหนักเบา แทบจะสะกดทุกอักขระและทุกอากัปกริยาของศิลปิน ให้ถ่ายทอดออมาเป็นธรรมชาติอย่างเหลือล้น

นั่นอาจเป็นเฉพาะแนวเพลงขับร้องช้าๆ(ซึ่งที่จริงแล้ว การขับร้องเพลงช้า มักจะใช้วัดความสามารถของนักร้องได้ดีทั้งไทยเทศ) ไม่ได้สลับซับซ้อนทางไดนามิคสักกี่มากน้อย ลองขยับไปที่แทร็ค 11 ในอัลบั้มชุดเดียวกัน คราวนี้ชัดเจนครับ น้ำหนักกีตาร์ที่พลิ้วและเคลื่อนไหวอย่างมีตัวตน หรือแม้แต่เสียงนักร้องชายที่มีพลัง ทุกๆอณูของเส้นเสียงเหล่านี้ มีความชัดเจนทั้งรายละเอียดและความเป็นสามมิติ เป็นอย่างนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ

เพื่อย้ำเน้นผลพวงในช่วงนี้อีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะเล่นอัลบั้มรุ่นเดอะอย่าง Belafonte ซึ่งมีกระแสเสียงที่หนักหน่วงหนักแน่นทรงพลัง [ Belafonte at Carnegie Hall / CLASSIC COMPACT DISC LSOCD6006 ] แล้วไม่ผิดหวังจริงๆ เมื่อเพาเวอร์แอมป์ Gamut D-200 ถ่ายทอดจิตวิญญาณของนักร้องผู้นี้ คละเคล้ากับบรรยากาศต่างๆที่บันทึกไว้

เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างประณีตวิจิตรบรรจงยิ่งนัก

ยังคงมีน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย กลมกล่อม เนื้อเสียงอิ่มแน่นด้วยเกรนเสียงที่ละเมียดเกินประมาณ

อีกทั้งความต่อเนื่องลื่นไหลเป็นดนตรี มันช่างชัดเจน นี่คือการฟังเพลงที่เปี่ยมสุขโดยแท้จริง

ดุลเสียงย่านทุ้มไม่ใช่ปัญหา เพราะมีให้เกินพอสำหรับเพาเวอร์ที่มีกำลังขับถึงปานนี้ ตั้งแต่นาทีแรกๆเรื่อยมาของการฟัง ผมเปลี่ยนลำโพงหลายคู่เท่าที่มีอยู่ในห้องฟัง เล็กไปจนถึงใหญ่ นั่นก็ทำให้ประจักษ์แจ้งว่า น้ำเสียงของเพาเวอร์แอมป์ Gamut D-200 มีเค้าโครงเป็นกลางอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะโทนบาลานซ์ นับแต่ย่านทุ้มต่ำไปถึงปลายแหลมบนสุด

ต้องจัดเป็นน้ำเสียงที่กลมกลืนกันได้ดีมาก ไม่ว่าทุ้มหรือกลางแหลม ไม่มีส่วนใดที่มากปริมาณเกินกว่าอีกย่านหนึ่ง นอกจากผ่อนปรนไปตามบุคลิกของลำโพงในอัตราหนึ่งแล้ว การรักษาดุลน้ำเสียงให้มีดุลถ่วงหรือให้ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ไม่ว่าแผ่นหรืออุปกรณ์ร่วมทีมจะมีแนวไปทางไหน นี่อีกความดีความงามหรือความสามารถที่ดีมากของเพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้

เมื่อลองฟังเสียงกลองใบใหญ่ [ Rain Forest Drean / SAYDISC CD-SDL 384 ] ไล่ไปถึงอัลบั้มฟิวชั่นแจ๊สที่มีเครื่องซินธิไซเซอร์ประกอบเช่น Billy Cobham [ Warning : Billy Cobham / GRP 9528 ] ได้ทั้งลีลาและน้ำหนักทุ้มที่เข้มข้นทีเดียว แน่นอนครับ, มาถึงตรงนี้ แนวเพลงคลาสสคิโอเวอร์เจอร์ต้องเป็นสิ่งที่ตามมา

เพาเวอร์แอมป์ที่มีคุณลักษณ์อย่างนี้ หากไม่ลองฟังแนวเพลงคลาสสิคโหมโรง ก็ดูจะจืดไปหน่อย

จากระดับความดังที่แผ่วเบาแล้วค่อยๆทะยานไปสู่ระดับที่ดังสูงสุด Gamut D-200 ดูเหมือนจะถนัดงานอย่างนี้ [ Pines of Rome / Telarc CD-80085 ] มิติเวทีเสียงเรียกว่าสมบูรณ์แบบก็ไม่น่าจะเกินเลยแต่ประการใด ทั้งด้านกว้างและลึก ล้วนหลุดพ้นลำโพงกระจายตำแหน่งแห่งที่ของชิ้นดนตรีต่างๆ ออกไปรอบรัศมี ทำให้เกิดภาพของความเป็นวงเป็นเวทีที่โอฬารยิ่งใหญ่

ช่องว่างช่องไฟระหว่างตำแหน่งต่อตำแหน่ง ชิ้นต่อชิ้น เสียงต่อเสียง เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้แยกแยะได้อย่างเด็ดขาด แม่นยำ แล้วเต็มไปด้วยความใสที่สะอาด โปร่ง(อย่างมีน้ำหนัก) [ William Tell & Other Favorite Overtures / TELARC CD-80116 ] สอดแทรกความใสที่ว่านี้เอาไว้อย่างแนบนิ่ง ให้รายละเอียดชนิดที่ไม่ต้องประจาน มีความเป็นธรรมชาติในแง่ของความเป็นดนตรีสูงทีเดียว

ช่วงเวลาหนึ่งที่ได้ลองขับลำโพง Martin Logan นั่นละครับ ความเป็นสามมิติทางมายาเสียง หาใช่เรื่องเหลวไร้แต่ประการใดๆทั้งสิ้น มันภาพ perspective ทางเสียงที่ทำให้รับรู้ถึงอาณาบริเวณ
ปริมณฑลเวทีเสียงทั้งกว้างและลึก โดยแยกแยะแต่ละเสียงให้มีอิสระต่อกัน ทั้งให้ความไพเราะของเมโลดี้และให้จังหวะจะโคนของแนวเพลงต่างๆ ได้อย่างถึงอารมณ์
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:18:51

บทสรุป

นี่ละครับ, แอมป์บางประเภท แรกที่ได้ฟังใหม่ๆ ไม่มากชั่วโมงหรือฟังแบบผิวเผิน ดูประหนึ่งว่าไม่มีอะไรน่าเสน่หาใดๆ แต่ในความหมายนั้น ก็รับรู้ได้ในชั้นต้นว่า มีบางประการที่ปรากฏอยู่แล้วทำให้สนใจ เพียงแต่ไม่ได้เข้าไปถึงในส่วนนั้น ในเวลาอันสั้น

แต่เมื่อเวลาได้ผ่านเลยไประดับหนึ่ง การเข้าถึงก็อุบัติขึ้น ได้พบได้ยินในน้ำเสียงและรายละเอียดที่ช่างละเมียดละไมเหลือเกิน ขณะที่ไม่ได้ย่อหย่อนไดนามิค แรงปะทะหรืออื่นใดที่ควรจะเป็นส่วนประกอบของบทเพลงในระบบนี้

สองย่อหน้าในบทสรุปข้างต้น นั่นคือนิยามและความเป็นเพาเวอร์แอมป์ Gamut D-200 เครื่องนี้ ซึ่งยังไม่อาจครอบคลุมเนื้องานของเพาเวอร์แอมป์ที่ว่านี้ได้ทั้งหมด

แต่หากใครกำลังจะจ่ายเงินแสนสำหรับเพาเวอร์แอมป์เครื่องหนึ่ง เรียนได้เลยว่า Gamut D-200 ต้องอยู่ในรายการลองฟังให้จงได้อีกเครื่องหนึ่ง นอกเหนือจากอื่นๆ ที่หมายตาเอาไว้แล้ว แม้ผมไม่อาจการันตีได้ว่า คุ้มค่าเงินที่สุด ก็ตาม นั่นเป็นอัตตาเฉพาะบุคคล ซึ่งต่างก็ย่อมมีมุมและแนวคิดที่ต่างกันออกไป ขึ้นกับทักษะและประสบการณ์ที่จะวินิจฉัยไตร่ตรอง

แต่ผมก็มั่นใจว่า ในเรทราคานี้ เพาเวอร์แอมป์เครื่องนี้ย่อมไม่เป็นสองรองใคร แล้วควรจะอยู่ในลำดับแนวหน้าด้วยซ้ำไป !
  Admin   Time Date 03/02/2019 18:19:11
ต้องการซื้อขายเครื่องเสียงมือสอง เชิญที่นี่
Top