ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อลงโฆษณา

Audio Review: อินทิเกรทแอมป์ NAD C352

Audio Review: อินทิเกรทแอมป์ NAD C352

Audio Review: อินทิเกรทแอมป์ NAD C352
โดย "ภูตะวัน"
สิงหาคม 2549 | ออดิโอทีม

ก้าวที่กล้าของยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ
ตอนที่เพื่อนนักเขียนฯ และเพื่อนสมาชิกชมรมออดิโอทีมชวนให้มาเขียนทดสอบเครื่องเสียง ส่วนตัวถึงกับอึ้ง เพราะเป็นสมาชิกชมรมออดิโอทีมมาก็นาน เล่นเครื่องเสียงมาก็มาก ลองผิดลองถูกมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะมาทำงานด้านนี้เลย เฉพาะแค่งานประจำที่ทำอยู่ก็แทบจะไม่ว่างอยู่แล้ว แถมตัวเองก็ไม่ได้ร่ำได้เรียนมาทางด้านนี้เลยแม้สักนิด แต่ด้วยลูกยุแกมบังคับหนักๆ เข้า ก็เลยต้องเอาเรื่องนี้กลับมาคิดใคร่ครวญเป็นเรื่องเป็นราว ประจวบกับช่วงนี้อาจารย์ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งก็กำลังพักฟื้นจากการป่วย คนช่วยอาจารย์ก็มีไม่มากนัก ที่เห็นชัดเจนก็มีเพียงคุณ "ยุทธพงศ์ ลิ้ม" เท่านั้น สุดท้ายเลยตกปากรับคำว่าจะลองมาช่วยทำซักระยะ

งานเขียนชิ้นนี้ จึงเป็นชิ้นแรกในการทำงานด้านทดสอบเครื่องเสียงอย่างจริงจัง ผมขอถือโอกาสนี้ฝากเนื้อฝากตัวกับท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ

หากพูดถึงยี่ห้อเครื่องเสียงในเมืองไทย โดยไม่พูดถึงเครื่องในลักษณะคอมโปเน้นท์แล้ว ไม่ว่าจะถามคนที่เล่นเครื่องเสียง หรือคนที่เพียงสัมผัสกับเครื่องเสียงบ้านเพียงเล็กน้อย ก็เชื่อได้ว่า เก้าในสิบคน ต้องนึกถึงเครื่องเสียงจากเกาะอังกฤษนาม "NAD" (New Acoustic Dimension) เครื่องเสียงยี่ห้อนี้อยู่คู่กับตลาดเครื่องเสียงเมืองไทยมานานเกินกว่ายี่สิบปี ด้วยฝีมือการปลุกปั้นของบริษัทโคไน้ซ์ฯ ที่ผลักดันจนทำให้ NAD ติดตลาดเมืองไทย จนเป็นที่รู้จักของคนไทยโดยทั่วไป เฉกเช่นเดียวกับนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลก

เครื่องเสียงจากค่าย NAD เน้นตลาดสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นจนถึงระดับเริ่มจริงจังกับการเล่นเครื่องเสียง ด้วยจุดขายที่ราคาสมเหตุผล คุณภาพคุ้มราคา ทนทาน และที่สำคัญตัวแทนจำหน่ายมีประวัติที่ดีด้านบริการมายาวนาน จนเป็นที่มั่นใจในการดูแลหลังการขายอย่างไม่ต้องกังวล แม้ว่าหลังๆ NAD จะยกระดับเครื่องระดับกลางถึงสูงออกมา ในอนุกรมเรือธงอย่าง Silverline และ Master series ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่ของเครื่องเสียงยี่ห้อนี้ก็ยังคงเน้นอยู่ที่ระดับเริ่มต้นจริงจังอยู่ดี โดยแบ่งอนุกรมตามแต่ประเภท และระดับการเล่นเป็น Classic series (C) สำหรับการเล่นแบบ สเตอริโอ 2 แชนแนล Theater series (T) สำหรับผู้เล่นโฮมเธียเตอร์ มัลติแชนแนล Life design series (L) สำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานแบบเบ็ดเสร็จเน้นความสะดวกสบาย (Life Style) และสำหรับเครื่องเล่นอินทิเกรตแอมป์ที่จะกล่าวถึงในวันนี้เป็นเครื่องรุ่นใหม่ในอนุกรม Classic series ในรุ่น C352

เครื่องเสียงในอนุกรม Classic ของ NAD ค่อนข้างเป็นที่คุ้นเคยของผู้เขียนเป็นอย่างดี ทุกวันนี้เสียงของ 3020 ยังติดหู และตัวเองยังคงมองหาเครื่องรุ่นนี้มือสองสภาพดีมาใช้อยู่ ในขณะที่ อินทิเกรตแอมป์ฟังเพลงตัวแรกที่ซื้อด้วยเงินของตัวเองก็เป็นยี่ห้อ NAD อนุกรมนี้ แม้จะผ่านมานานกว่า 15 ปีแล้ว แต่เครื่องก็ยังคงมีสภาพดี และใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังเคยใช้เครื่องรุ่นนี้หลายๆ เครื่องผ่านมือมาพอสมควรทั้ง C350, C370 และ C320BEE

แน่นอนว่า บางเครื่องอาจผ่านเข้ามาแล้วขายออกไปตามภาษาของมนุษย์เงินเดือนคนนึง จนถึงปัจจุบันก็ยังคงใช้ C320BEE ประจำอยู่อยู่ในห้องทำงาน ดังนั้น เมื่อได้รับการติดต่อให้ทดสอบ NAD C352 ผมจึงไม่รอช้าที่จะตอบรับในทันที

รูปลักษณ์และการใช้งาน

สิ่งหนึ่งที่เครื่องเสียงจาก NAD ไม่เคยทอดทิ้งคือ รูปลักษณ์ที่คงไว้เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสีเครื่อง รูปทรงด้านหน้าทั้ง การออกแบบปุ่ม ลูกบิดต่างๆ รวมถึงด้านหลังท้ายเครื่อง ยังคงไว้ไม่แตกต่างจากเครื่องยี่ห้อนี้ในอดีตแต่อย่างใด C352 ที่ได้รับมาทดสอบยังคงเป็นสีเทาพิมพ์ NAD นิยม ขนาดกว้าง 435 มิลลิเมตร สูง 100 มิลลิเมตร ลึก 290 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวเครื่อง 7.01 กิโลกรัม

ตัวเครื่องทางด้านหน้า มีปุ่มกดลักษณะกลมเรียงเป็นแนวนอนเป็นเส้นตรง มีเพียงปุ่มเปิดปิดเครื่องสีเขียวที่วางตัวอยู่ด้านบนขวาของตัวเครื่อง (ถือตามตัวเครื่องเป็นหลัก) สูงกว่าปุ่มอื่นๆ เพียงเล็กน้อย มีไฟ LED ดวงเล็กๆ บอกสถานะของเครื่องอยู่ด้านบน ข้างใต้ปุ่ม เปิด - ปิดเครื่อง เป็นช่องเสียบสำหรับหูฟังชุบทอง มีปุ่มอินพุท 7 ชุด (รวมเทป 2 ชุด) ด้านซ้ายมือ มีลูกบิด เพิ่ม - ลดความดังขนาดใหญ่อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นลูกบิดคุมสมดุล ซ้าย - ขวา ลูกบิดปรับ ทุ้ม - แหลม และมีปุ่มตัดการทำงานการปรับแต่งเสียง (Tone defeat) แทรกอยู่ด้วย

ด้านหลังเครื่อง วางตามแนวมาตรฐาน NAD เช่นเดิม โดยมีที่แปลกไปจากรุ่นเก่าๆ คือ ทำซ๊อกเก็ตเสียบสายไฟมาตรฐาน IEC มาให้ แทนที่จะเป็นสายที่ยึดติดถาวรดังเช่นอดีต โดยวางอยู่ในตำแหน่งมุมขวาสุดของเครื่อง ช่วยให้ท่านที่ชอบสนุกกับการอัพเกรดสายไฟสามารถเปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องไปลงทุนลงแรงเจาะท้ายเครื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับประกันสินค้าได้ ถัดมาเป็นขั้วต่อลำโพง ซ้าย - ขวา แบบขันบิดสี ดำ - แดง สามารถต่อโดยใช้สายลำโพงโดยตรง หรือต่อผ่านขั้วต่อแบบ Spade หรือ Banana ได้ตามแต่สะดวก

หากมอง C352จากด้านบน และล่าง จะเห็นว่า เครื่องปิดฝาด้วยแผ่นอลูมิเนียมเจาะช่องระบายความร้อนถี่ตลอดแนวเครื่องด้านบน และล่าง เพื่อช่วยในการระบายความร้อน เท่าที่ใช้งานสามารถระบายความร้อนได้ดี แม้เวลาเปิดเครื่องต่อเนื่องหลายวันในสภาพห้องปิดไม่เปิดแอร์ เมื่อจับเครื่องดูก็ไม่ได้ร้อนมากแต่อย่างใด เมื่อมองผ่านช่องด้านบนลงไปจะพบ ตัวทรานฟอร์มเมอร์แบบทอรอยด์ ที่ระบุไว้ว่า "High Current Holmgren? Toroidal Power Transformer" ซึ่งจ่ายกระแสไฟได้สูง และนิ่งมาก ช่วยเพิ่มกำลังอัดฉีดให้กับเครื่องอย่างดี โดยทาง NAD ได้นำทรานฟอร์เมอร์ชนิดนี้มาใช้ครั้งแรกในอนุกรม Silverline หลังจากนั้นก็นำมาใช้ในอนุกรมคลาสสิกรุ่นฉลองความสำเร็จ คือ C320BEE และจากนั้นจึงนำมาประจำการใน NAD รุ่นใหม่ๆ ทั้งหมด แผงวงจรภายในเดินเป็นระเบียบเรียบร้อยแลดูสวยงามตา ลดโอกาสเสี่ยงที่เครื่องจะช๊อตภายใน

สิ่งที่ผมชอบมากสำหรับเครื่องเสียงยี่ห้อนี้คือ ผู้ผลิตจะแสดงข้อมูลทางเทคนิคให้กับผู้บริโภคค่อนข้างเยอะ ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคทำความเข้าใจกับเครื่อง วิเคราะห์การทำงานของเครื่องได้ดี และ C352 ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

ผู้ผลิตระบุข้อมูลทางเทคนิคว่า มีกำลังขับต่อเนื่อง 80 วัตต์ ที่ 4 และ 8โอห์ม ความเพี้ยนเฉลี่ย (rated distortion) อยู่ที่ 0.03% กำลังขับสูงสุดช่วงสั้นๆอยู่ที่ 115, 185, และ 240 วัตต์ ที่ 8, 4, และ 2 โอห์มตามลำดับ กำลังขับสูงสุดต่อเนื่องอยู่ที่ 85 วัตต์ ค่าแด๊มพิ้งแฟคเตอร์ที่ 8 โอห์ม 50 เฮิรตซ์ (ค่าสัมประสิทธิที่เครื่องสามารถผนึกลำโพงให้นิ่งที่ค่าความต้านทาน 8 โอห์ม ความถี่เสียง 50 เฮิรตซ์) อยู่ที่มากกว่า 150 ตอบสนองความแรงสัญญาณขาเข้าต่ำสุดอยู่ที่ 250 mV ภาคปรี-แอมป์ (pre out - main in) มีความต้านทานขาเข้า 20 kohm/470pF ตอบสนองสัญญาณขาเข้า 770 mV ความต้านทานสัญญาณขาออก ภาคปรีแอมป์คงที่ 100 โอห์ม

เมื่อทบทวนดูจากคุณสมบัติเทียบกับรุ่นเก่า C350 หากดูผ่านๆเหมือนกำลังขับเพิ่มขึ้นถึง 20 วัตต์ต่อแชนแนล แต่ในยามที่โหลดลำโพงต่ำลงมาที่ 4 และ 2 โอห์ม กำลังขับของ C352 ยังคงเท่าเดิมที่ 80 วัตต์ ในขณะที่รุ่นเก่าๆ นั้นกำลังขับจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ที่เป็นเช่นนี้น่าจะมาจากการออกแบบของผู้ผลิต โดยนำวงจร Powerdrive ที่เน้นในการจ่ายกระแสได้สูง และสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดเวลาแทนการสวิงตามกำลังขับ และความต้านทาน ณ ช่วงเวลาต่างๆ หากดูไปจะคล้ายกับการทำงานของแอมป์หลอด ที่ให้กำลังขับคงที่ทุกค่าความต้านทาน สามารถจ่ายกระแสได้สูง และสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลให้มีเสียงจากแอมป์หลอดจะความเป็นดนตรีสูง เป็นตัวเป็นตน ลื่นไหลต่อเนื่อง ข้อพิสูจน์นี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่า C352 น่าจะจ่ายกระแสได้สูงจริงๆ สังเกตดูได้จาก Damping factor ที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง

เมื่อแกะกล่องสำรวจโหงวเฮ้ง ดูคุณสมบัติทางเทคนิคไปแล้ว ก็ได้เวลาสัมผัสกับเสียงของมันเสียที ว่าแล้วจึงนำ C352 มาลองเปิดใช้งานในห้องทำงานในลักษณะฟังเพื่อการผ่อนคลาย โดยต่อกับเครื่องเล่นดีวีดี Soken T60 ลำโพง Wharfedale diamond 9.1 พบว่าเครื่องเล่นอินทีเกรต C352 ที่นำมาทดสอบน่าจะผ่านการใช้งานมาบ้างแล้ว เสียงโดยรวมค่อนข้างดี แม้จะยังไม่พ้นช่วงเบิร์นอินก็ตาม หลังจากที่ฟังในห้องทำงานอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเพื่อเป็นการเบิร์นเครื่อง และรอเวลาที่ห้องฟังว่าง ต้องสะดุดใจว่าคราวนี้ NAD ก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับแล้ว เพราะหลายครั้งที่นักเล่นจำนวนมากยามสัมผัสกับ NAD มักจะให้ข้อจำกัดความไว้ว่าเสียงอิ่มๆนุ่มๆ ไม่ค่อยโดดเด่น ไม่เน้นความเปิดเผยจะแจ้ง จนหลายคนฝังใจ และมองเป็นข้อติของเครื่องจากฝั่งค่ายนี้ไปเลย

แต่หากใครเป็นผู้ติดตาม NAD อย่างใกล้ชิดจริงๆ จะพบว่า เครื่องเสียงจากเกาะอังกฤษเจ้านี้มีพัฒนาการตลอดเวลา จากในอดีตที่ให้เสียงอิ่มนุ่มหนา ได้พัฒนาให้เสียงมีความสดจะแจ้ง น้ำหนักเด็ดขาด รายละเอียดครบถ้วน รักษาสมดุลตลอดย่านความถี่เสียงได้ยอดเยี่ยม เนื้อเสียงเปิดเผย เวทีกว้างใหญ่ และลึก เกินเครื่องในระดับราคาเดียวกัน จากที่พบในรุ่น C350 และ C370 แม้ในรุ่นดังกล่าวอาจยังคงมีข้อที่ด้อยอยู่บ้าง ในเรื่องของเกรนเสียงที่ติดเนื้อเกรนหยาบนิดๆ เนื้อเสียงที่แห้งไปเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นที่ชื่นชมในวงกว้างเพราะทำได้เด่นกว่าราคาค่าตัว

อีกทั้งต่อมา NAD ยกระดับตัวเองจากความสำเร็จในการออกแบบ S series และ C320BEE จึงเป็นภาระที่หนักให้กับทางผู้ผลิตที่จะพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่ๆ ให้เด่นกว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้รหัสใหม่ที่ลงท้ายด้วยเลข "2" ได้แก่ C352 C372 ถือได้ว่าเป็นผลงานท้าทายที่ชวนให้เราติดตามอย่างยิ่งว่า NAD จะพัฒนาไปในทางใด แต่จากการฟังคร่าวๆ C352 ได้ปรับปรุงแก้ไขข้อด้อยในรหัสก่อนแบบฉีกแนวพอสมควร แสดงว่าหากจะมอง NAD เป็นพวกอนุรักษ์นิยม คงจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยมจริงๆ ก็เฉพาะรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่คุณภาพเสียงข้างในนั้นได้มีการก้าวเดินตลอดเวลา เพื่อคงความเป็นผู้นำของเครื่องระดับนี้ในตลาดโลก ส่วนความเปลี่ยนแปลงนั้นจะน่าทึ่งเพียงไหน ประสบความสำเร็จตามที่หวังจริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

  Admin (อ่าน 4,356 | ตอบ 3 )   Time Date 03/02/2019 13:06:04

อุปกรณ์และชุดอ้างอิง

อินทีเกรตแอมป์: NAD C320 BEE
ปรีแอมป์ - เพาเวอร์แอมป์: Linn Majik I Linn lk 100
เครื่องเล่นซีดี: NAD S500i
ลำโพง: NHT sb3, Vienna Hadyn sig. Single wire
สายสัญญาณ / สายลำโพง: Linn interconnect / QED Qnect2, Eccose ES 2.3
สายไฟ: Cardas Golden Reference, JPS Inwall Power Cord + Wattgate Plug

หลังจากลองฟังในห้องทำงานพอหอมปากหอมคอช่วงระยะเวลาหนึ่ง พบว่า เสียงยังไม่ถึงกับเข้าที่ดีนักมีอั้นอยู่หลายย่านความถี่ จึงนำเครื่องเข้าห้องฟัง ต่อเบิร์นอินด้วยแผ่น PAD สลับกับการฟังปกติอีก 200 ชั่วโมง จนเสียงที่ได้ยินเข้าที่ดี จึงทำการปิดเครื่องชักปลั๊กไฟ ปิดเบรกเกอร์ทิ้งไว้ 1 วัน แล้วจึงทำการจัดเซ็ตเครื่องเพื่อการทดสอบ

ทำการวางเครื่องเล่นอินทีเกรตแอมป์ C352 รองด้วย Dynafoot จำนวน 4 ลูก บนชั้นวาง Solid tech เครื่องเล่นซีดี NAD S 500i รองด้วย Dynafoot จำนวน 4 ลูก บนชั้นวาง Master Stands Base 2217 ที่วางซ้อนด้วยแผ่นรอง Hi-Fi Base ของเดอะหั่ง ลำโพงวางบนขาตั้ง Partington สูง 24"

สายลำโพง Eccosse ES 2.3 เข้ากับแอมป์ และลำโพง โดยใช้บานาน่าของ Monster "Xterminator" โดยยกสายลำโพง ไม่ให้แตะพื้น และสัมผัสกันด้วย Cable Elevator สายสัญญาณ Linn จากเครื่องเล่นซีดีไปอินทิเกรต C352 ยกให้ไม่แตะเครื่อง พื้น และทับกันเอง ด้วยตัวยกสาย Solidtech

สายไฟเอซี JPS Inwall Power Cord ต่อจากจากอินทีเกรตแอมป์ C352 และสายไฟ Cardas Golden Reference ต่อจากเครื่องเล่นซีดี S500i ต่อเข้าปลั๊กลอย Wattgate 381 บล๊อคไม้ "ตะเคียนทอง" ที่ถูกยกจากพื้นด้วย ไม้ Golden Cuboid ขนาดเล็กของ Cardas จำนวน 4 ก้อน ต่อสายไฟ Hovland Mainline จากปลั๊กลอยเข้าปลั๊กผนัง Cardas สายไฟทุกเส้นยกลอยไม่ให้แตะพื้น และจัดสายให้ไม่สัมผัสกันด้วย Cable Elevator และ Solidtech ห้องฟังขนาด 4 x 5 เมตร ที่มีการปรับสภาพอะคูสติกพอสมควรด้วย Diffuser, Sound panel และ Tube trap (ASC)
  Admin   Time Date 03/02/2019 13:07:19

ผลการทดลองฟัง

สำหรับเครื่องเล่นอินทีเกรตแอมป์ระดับนี้ส่วนใหญ่ ผู้ใช้มักจะมีวัตถุประสงค์หลักๆ อยู่สองสามกลุ่มคือ กลุ่มผู้ที่กำลังพยายามยกระดับการฟังจากเครื่อง Component (ที่มักจะเรียกกันว่ามินิคอมโป) เพื่อมาสัมผัสการเล่นเครื่องที่ให้คุณภาพสูงขึ้น ทั้งด้านการให้รายละเอียด และเนื้อเสียงที่มีคุณภาพ ซึ่งนักเล่นกลุ่มนี้มักจะคาดหวังที่จะได้เสียง "ดีขึ้น" (น่าจะหมายถึงดีกว่าเดิม) ฟังเพลงเพราะขึ้น และมีความเป็นดนตรีของเพลงสูงขึ้น ในขณะเดียวกันมักจะไม่มั่นใจที่เกรงว่า เมื่อยกระดับเครื่องแล้วจะฟังเพลงตลาดๆ ไม่เพราะ (เพลงไทย และสากลตามความชอบส่วนตัว)

กลุ่มต่อมาคือ นักเล่นที่รู้คุณสมภาพของเครื่องระดับนี้ดีอยู่แล้ว มีความต้องการที่จะนำมาใช้งานในสภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันเช่น ฟังในห้องรับแขก ห้องนอน กลุ่มนี้อยากจะให้ได้เสียงที่ดีในสภาพห้องของตนเอง แต่เกรงว่าเสียงที่ได้จะไม่เต็มห้องหรือฟ้องสภาพห้องจนฟังไม่ได้ นักเล่นกลุ่มนี้จะเล่นกับแผ่นเช่นเดียวกับกลุ่มแรกต่อเนื่องไปถึงแผ่นวีดีระดับอ้างอิง (Audiophile cd)

กลุ่มสุดท้ายคือ นักเล่นที่ต้องการรีดประสิทธิภาพเต็มที่จากเครื่องที่เป็นอยู่ จับสังเกตคุณภาพของเครื่อง รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มิติเวทีเสียง ไดนามิกเป็นต้น โดยอ้างอิงกับแผ่นที่บันทึกมาคุณภาพดี (แผ่นออดิโอไฟล์) กลุ่มนี้มักเกรงว่าเครื่องที่มีจะไม่ใช้แนวทางที่ตนต้องการ คุณภาพเสียงไม่ถึง และไม่คุ้มค่า การทดสอบครั้งนี้จึงพยายามที่จะอ้างอิงถึงนักเล่นกลุ่มต่างๆ พอเป็นสังเขปกับพิจารณาของท่านผู้อ่านเท่าที่พอจะมีกำลังครับ

ตลอดช่วงแรกของการฟัง ทั้งระหว่างเบิร์นอิน (หลังเกิน 100 ชั่วโมงแล้ว) และการลองฟังจริง เพลงส่วนใหญ่ที่เปิดจะเป็นเพลงจากแผ่นซีดีทุกแนว ทั้งเพลงทั่วไปเช่น Peacemaker, Clash, ไอน้ำ, ลิเดีย, Calyn Abhits, Snowrose และ Norah Jones เป็นต้น จวบจนกระทั่งแผ่นซีดีคุณภาพดี (Audiophile CD) เช่น Opus Test cd 4.1 Burmester III ตลอดการทดลองฟังแสดงให้เห็นถึงคำตอบของการบ้านที่ NAD เพียรพยายามนำเสนอ C352 นำเสนอ

เสียงของ C352 ต่างจาก NAD รุ่นเก่าในระดับเดียวกัน เช่น C350 และ C320BEE พอสมควรจนเกือบเหมือนเปลี่ยนแนวทางก็ว่าได้ แม้เสียงทั้งหมดโดยรวมออกแนวโปร่งสดสะอาดเช่นรุ่นเก่า แต่ไม่ได้นำเสนอในลักษณะสดจะแจ้งเปิดเผยเช่นเดิม หากแต่ให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องกันตลอดย่านความถี่ และความนุ่มนวลนี้ก็หาใช่อิ่มนุ่มหนาจนขาดแคลนรายละเอียดที่หลายคนเรียกนุ่มหนาเหมือน NAD ในอดีต ความนุ่มนวลนี้ถูกแสดงออกถึงความละเมียดละไม ความไหลลื่นต่อเนื่อง และเปี่ยมด้วยความเป็นดนตรีสูงมาก เหมือนเสียงจากแอมป์หลอด Push-Pull EL34 เลยทีเดียว

ที่เป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า การที่ NAD ลงทุนลงแรงกับการออกแบบวงจรทั้งหม้อแปลงไฟคุณภาพดี ที่สามารถจ่ายกระแสไฟสูง "High Current Holmgren? Toroidal Power Transformer" ที่ NAD ภูมิใจจนนำมาใช้ในเพาเวอร์แอมป์รุ่นใหม่ๆ ทั้งหมด รวมถึงวงจร Powerdrive ที่รักษาระดับความนิ่งเสถียรของการจ่ายกระแสได้คงที่ตลอดทุกค่าความต้านทาน ส่งผลให้ C352 สามารถจ่ายกระแสได้สูงอย่างมีคุณภาพ เสียงจึงสะอาดและมีความสงัดสูง เผยเห็นช่องว่างช่องไฟดี ให้เสียงนิ่งไม่วูบวาบ จังหวะจะโคนลงตัว เสียงดนตรีไหลลื่นต่อเนื่องกันตลอดย่านความถี่อย่างหาตัวจับยากทีเดียว

น้ำเสียงโดยองค์รวม เน้นหนักที่ตัวเนื้อมวลของเสียงที่ใสสะอาดในเส้นเสียง อิ่มตัวที่มวลเสียงภายใน เผยความเป็นตัวตนของดนตรีสูง โดยยอมลดทอนการเน้นน้ำหนักตกกระทบของโน๊ตลง เพื่อลดความกระด้างที่อาจมี และส่งผลให้ต่อเนื่องไปกับตัวเนื้อของเสียงจนกลมกล่อม โฟกัสชิ้นดนตรีเล็กใหญ่ น้ำหนักที่ย้ำความ หนัก - เบา เสียงทั้งหมดแฝงไว้ด้วยความรอมชอม สร้างความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน แม้แผ่นซีดีคุณต่ำ สภาพห้องไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดวาง เสียงที่ให้ยังคงความเป็นดนตรีสูง ให้ความไพเราะเพลิดเพลินกับดนตรีที่ฟังตลอดเวลา ฟังเพลงไทย เพลงเทศ หรือคอนเสิร์ต ให้ความไพเราะน่าฟังตลอดเวลา โดยยังแฝงถึงความตรงไปตรงมาชวนหลงใหล ซึ่งความเป็นดนตรีที่มีเสน่ห์ลักษณะนี้หากเป็นเครื่องทรานซิสเตอร์เคียงคล้ายได้กับเครื่องเสียงยี่ห้อ Linn ที่ให้เสน่ห์ต่อการฟังเพลงสูง โดยยังคงไว้ถึงระเบียบแบบแผนของความถูกต้อง แม้ C352 จะนำเสนอด้านนี้ได้อ่อนด้อยกว่า Linn อยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบระดับราคาที่ต่างกันหลายเท่าตัว และเป็นสิ่งที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่มีแล้ว ถือได้ว่า C352 นำเสนอด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นเกินหน้าเกินตาเครื่องในระดับเดียวกัน เพราะต้องยอมรับว่าด้วยงบประมาณประมาณไม่เกิน 2-3 หมื่นบาท การที่จะทำให้เสียงออกมาสะอาด มักจะตามด้วยความกระด้าง มวลเสียงบอบบางกะทัดรัด หากสร้างมวลเสียงให้อิ่มเอิบมักจะเจือความหนา หรือหากสร้างเวทีเสียงที่เปิดเผยรายละเอียดสูง มักจะต้องเจือความแข็งกระด้างขาดความละเมียดละไมไป

NAD C352 สร้างสมดุลเสียงอย่างกลมกลืนกันตลอดย่านความถี่ ให้เสียงโดดเด่นที่สุดที่เสียงกลางอันเป็นย่านความถี่ที่มีปริมาณการใช้งานทั่วไปมากที่สุด จากนั้นจึงแผ่ไปยังเสียงทุ้ม และแหลมในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน C 352 ยังคงเหมือน NAD เกือบทุกรุ่นที่แสดงน้ำหนักตกกระทบกะทัดรัด ขอบเขตชัดเจนแต่ไม่คมจนขึ้นขอบ เน้นหนักไปที่มีความอิ่มตัวของเนื้อเสียงที่ให้สเกลขนาดของชิ้นดนตรี และพอดีๆ ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป หางเสียงสามารถทอดตัวไปได้ไกลพอสมควร โดยเน้นการควบคุมรูปทรงของโน้ตต่อเนื่องจนจางหายไป แม้อาจทอดตัวไปได้ไม่สุดแต่ควบคุมสิ่งที่นำเสนอได้นิ่งไม่ฟุ้งเบลอ ในประเด็นนี้มองได้ว่า C352 ให้เท่าที่มีอย่างมีคุณภาพ ดีกว่าที่จะเน้นทอดตัวยาวแต่แยกแยะไม่ออกจนฟุ้งเบลอ ความสงัดอยู่ในระดับดีมากจนสามารถเผยให้เห็นถึงบรรยากาศรายล้อมที่อยู่ในชิ้นดนตรี เสียงร้องช่องว่างช่องไฟดี

เสียงกลาง มีความอิ่มตัวสูงมาก ต่อเนื่องกันตั้งแต่น้ำหนักตกกระทบ มวลเนื้อ และการทอดตัวของหางเสียง กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวจนหากฟังผ่านๆ จะเหมือนไม่เน้นแรงปะทะของน้ำหนักตกกระทบ แต่จริงๆมันมีอยู่อย่างชัดเจนเพียงผสานไปกับมวลเนื้อ C352 มีเนื้อเสียงที่สะอาดละเมียดละไมเสน่ห์ เสียงนักร้องชาย - หญิง มีความสมจริง ถ่ายทอดลีลาการร้องออกมาได้หมดจด เผยอารมณ์ของเพลงออกมาได้อย่างเต็มที่ ให้ความเป็นตัวตนของเสียงได้ชัดเจน และเผยบรรยากาศรายล้อมของตัวเสียงอย่างยอดเยี่ยม

ที่สำคัญ ไม่ค่อยเกี่ยงคุณภาพแผ่น แม้กับเพลงไทยร่วมสมัย ยังแสดงความเป็นดนตรีอย่างยอดเยี่ยม นักร้องหญิงชายร้องเพลงอย่างมีอารมณ์มิใช่รีบๆร้องรีบกลับบ้านแต่อย่างใด เพลงละครรักแท้แสดงให้รู้ว่า แบงค์วงแคลชเอื้อนเพลงอย่างสุดอารมณ์ เว้นจังหวะการร้องลงกับความหมายของเพลงได้ดี

Livingston Taylor ทิ้งพลังปอดอย่างเหมาะเจาะจนขยับนิ้วตามไป เสียงลมผ่านปากยามผิวปากสามารถเผยรายละเอียดการขยับไหวของริมฝีปากยามลมเป่าผ่านอย่างดี

Rebecca Pigeon และ Jenifer Warnes แสดงให้เห็นถึงพลังของนักร้องที่เปล่งออกมาชัดเจน ความสงัดของเวทีที่มีเผยความรู้สึกร่วมถึงบรรยากาศของโบสถ์ที่บันทึกโดยไม่ต้องเพ่ง ให้ความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ถ่ายทอดน้ำหนักเสียงแยกแยะความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ออกมา แสดงการผ่อน - เน้นของเสียงได้ดีมากจนแทบน้ำตาคลอตามอารมณ์ในเพลงทีเดียว ความต่อเนื่องในย่านความถี่นี้ดีมากตั้งแต่เสียงกลางต่ำที่รับช่วงมาจากเสียงทุ้ม ต่อเนื่องถึงกลางสูงก่อนจะส่งผ่านไปยังเสียงแหลมเสมอสมานกัน แทบไม่พบอาการโดดที่ล้ำหน้า หรือขาดตอนจนหาไม่พบแต่อย่างใด

เสียงแหลม สะอาดต่อเนื่องรับต่อมาจากเสียงกลางได้ดี มีความสดใส สามารถควบคุมรายละเอียดของเสียงเป็นตัวตนได้ดีทั้งเสียงตกกระทบ และการกระจายของเนื้อที่มีขอบเขตชัดเจนจนทอดจางหายไปใกล้เคียงกับเสียงกลาง การนำเสนอของเสียงแหลมอาจดูไม่พลิ้วไหว แต่เสียงฉาบ เสียงโมบาย C352 ควบคุมโฟกัสตั้งแต่เสียงตีกระทบจนจางหายไปก็ยังคงบ่งบอกได้ถึงโน้ตที่ฟังว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใด เคาะชิ้นไหน ส่งผลให้ยามที่กรีดรัวโมบาย สามารถแยกแยะรายละเอียดของโมบายแต่ละชิ้นได้ต่อเนื่องเป็นอิสระต่อกันอย่างน่าพอใจ

เสียงทุ้ม รับช่วงต่อเนื่องจากเสียงกลางต่ำลงมาได้อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนด้วยบุคลิกของแนวเสียงและกำลังขับเพียง 80 วัตต์ เสียงทุ้มที่ได้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่จุดเด่นของ C352 แน่ๆ แต่ก็ไม่ใช่หน่อมแน้มจนยวบยาบ หรือตึงห้วนจดอึดอัด เสียงทุ้มมีคุณภาพที่ดีเพียงยอมที่จะคลายโฟกัสลงบ้างเพื่อขยายขนาด และปริมาณที่มีอยู่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจนดูแล้วเหมาะสมกับการคุมสเกลขนาดในภาพโดยรวม เสียงเดินดับเบิ้ลเบส เสียงกลองยังคงความจะแจ้ง หากมิใช่เป็นการเล่นพร้อมๆ กันจำนวนมากๆ C352 แจกแจงรายละเอียดของเสียงทุ้มได้ดี ทั้งแยกความแรง - ค่อย ของเสียงที่ดีด หรือตีเข้าไป

จะว่าไปแล้ว เสียงทุ้มของ C352 เป็นเสียงทุ้มที่นำเสนออย่างสุภาพ นุ่มนวล แฝงความเร้าใจอยู่ในที ชวนให้เพลิดเพลินไปกับเพลงได้พอเพียง การทอดตัวของเสียงทุ้มอาจจางสลายเร็วไปซักนิด แต่ตลอดเวลาที่เสียงยังคงอยู่ยังคงนิ่ง และมีมวลที่อิ่มตัว ซึ่งทำได้ไม่ง่ายนักสำหรับระดับราคานี้

มิติเวทีเสียง ทำได้ค่อนข้างดีทั้งด้านกว้าง และลึก โดยเฉพาะเวทีด้านกว้างจะทำได้โดดเด่นเป็นพิเศษ เวทีด้านกว้างแผ่ขยายออกมาด้านซ้ายและขวาของลำโพงได้อย่างเต็มที่ สามารถแสดงตำแหน่งของชิ้นดนตรีได้ชัดเจนตลอดแนวเวที และต่อเนื่องกันไปทั้งซ้ายและขวา จากประสบการณ์ที่มีเครื่องเสียงจากอังกฤษมักทำงานด้านนี้ได้ค่อนข้างโดดเด่นอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะขนาดของห้องที่มักมีขนาดเล็ก และจัดวางค่อนข้างยาก จึงพยายามออกแบบเครื่องที่จะเอื้อต่อการใช้งานในข้อจำกัดเหล่านี้ ผลของการขยายเวทีด้านกว้างออกได้มากเช่นนี้ทำให้เวทีเสียงโดยรวมลงตัว และ เมื่อเทียบกับ C350, C370 ในด้านนี้ยอมรับว่า C352 สามารถแสดงเวทีออกมาได้เกินตัวดีกว่ารุ่นเก่าๆ พอสมควร

เวทีเสียงด้านลึก สามารถวางตัวชิ้นดนตรีด้านลึกได้ชัดเจนดีในแนว 3-4 แถวแรกหลังระดับลำโพง หลังจากนั้นจะเริ่มคลายความคมชัดลงในแถวหลังๆของเวที แต่ก็เพียงพอกับการทำงานร่วมกับเวทีเสียงด้านกว้างจนสามรถคลี่วงทั้งวงออกมาได้อย่างชัดเจนไม่ซ้อนทับกันจนฟุ้งเบลอ อาจอ่อนด้อยลงบ้างกรณีเพลงคลาสสิควงใหญ่ หรือเพลงโหมโรงที่มีนักร้องประสานเสียงจำนวนมาก C352 ยังสามารถวางวงได้เต็มห้องแผ่ปรับระดับชั้นแถวบน และล่างได้ชัดเจน

ด้านพละกำลังหากดูด้วยเงื่อนไขของค่าทางเทคนิคที่มีกำลัง 80 วัตต์ หลักการออกแบบที่เน้นความนิ่งในการจ่ายกระแสมากกว่าพละกำลังที่สวิงเป็นช่วงๆ รวมถึงแนวเสียงที่เน้นความเป็นดนตรีมากกว่าความแข็งกระชับ หลายคนอาจมองว่านี่คงไม่ใช่จุดเด่นที่เคยเป็นของ NAD เสียแล้ว แต่เมื่อสัมผัสจริงๆตลอดการใช้งานของการทดสอบ C352 ไม่ได้แสดงถึงจุดด้อยในข้อนี้แต่ประการใด

พละกำลังอาจไม่ได้นำเสนอในลักษณะหวือหวาจะแจ้งเช่นก่อนๆ แต่ก็ครบถ้วน พอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไป ในการทดสอบได้นำมาต่อกับลำโพงกินวัตต์อย่าง NHT SB3 หรือ Wharfedale Diamond 9.1 ยอมรับว่า C352 สามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีผ่านลำโพงทั้งสองได้อย่างดี จังหวะโหมเสียงสามารถโหมได้จนสุด และกระชากลำโพงให้หยุดนิ่งเฉียบพลันทำได้ดีมาก รวมถึงการแยกแยะน้ำหนักเบา - หนัก ทำได้ดี ไม่แสดงอาการป้อแป้เลยแม้แต่น้อย
  Admin   Time Date 03/02/2019 13:08:16

บทสรุป

จากการลองฟังทั้งหมด NAD C352 สามารตอบข้อสังเกตที่ตั้งไว้ตอนแรกที่ว่า NAD จะสามารถฉีกแนวทางเดิมที่ประสบความสำเร็จสูงใน C320BEE, C350, C370 ได้อย่างไร ผลคือ NAD C352 ได้ฉีกการนำเสนอออกไปจากสไตล์เดิมด้วยความละเมียดละไมตลอดทุกย่านความถี่เสียง มีความสะอาดนิ่งของทุกอณูตัวโน้ตอย่างหาตัวจับยากในระดับราคา ความเป็นตัวตนรังสรรค์ความเป็นดนตรีตลอดการฟัง

หากท่านเป็นมือใหม่ ผู้ที่ต้องการยกระดับการฟังจากเครื่องแบบคอมโปเน้นท์เดิม ฟังเพลงทั่วๆไป ความละเมียดละไมจาก C352 คืออารมณ์แห่งความเป็นดนตรีที่หาได้ยากในระดับราคานี้ ความผ่อนปรนต่อการจับคู่และใช้งาน ช่วยให้ท่านสามารถเล่นเพลงจากเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปเล่นเพลง MP3 ที่มักจะบอบบางกะทัดรัดได้อย่างอิ่มเอิบชวนฟัง

เหนือกว่านั้น ยามที่ต้องการยกระดับการเล่นให้สูงขึ้น ขยับเข้าหาผู้ที่เล่นมีความจริงจังมากขึ้น C352 ช่วยนำเสนอรายละเอียด เวทีเสียงได้กว้างใหญ่เกินตัว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆครบถ้วน โฟกัสชิ้นดนตรีอย่างมีตัวตน จะแจ้งพละกำลังที่พอเพียงต่อการขับลำโพงทั่วไป หากเลือกลำโพงได้เหมาะสม ศักยภาพของ C352 จะเผยความสะอาดจังหวะจะโคนได้อย่างแม่นยำ ตรงไปตรงมา

หากถวิลหาเสียงที่ไหลลื่นคล้ายแอมป์หลอด แต่สะดวกต่อการใช้งานมากกว่า โครงสร้างแข็งแรง สามารถต่ออุปกรณ์ได้มากชิ้น เปลี่ยนยกระดับสายไฟสายสัญญาณได้ครบต่อเพิ่มเพาเวอร์แอมป์นอกได้ C352 คือทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
แค่ความสงัดที่มี ความละเมียดละไมของเสียงกลางที่รื่นหู ความผ่อนปรนต่อสภาพแวดล้อม ในงบประมาณเท่านี้ หากจะข้ามไปคุณอาจจะเสียดายในภายหลัง
  Admin   Time Date 03/02/2019 13:09:03
ต้องการซื้อขายเครื่องเสียงมือสอง เชิญที่นี่
Top